PCT ตึกเด็ก Acute Glomerulonephritis (27/01/58 )

สรุบข้อมูลความรู้จาก PCT conference ในแต่ละเดือน

PCT ตึกเด็ก Acute Glomerulonephritis (27/01/58 )

โพสต์โดย yuphin theamrumg » อาทิตย์ 01 ก.พ. 2015 9:24 pm

ความรู้ที่ได้จาก PCT Conference: Acute Glomerulonephritis

1. ผู้ป่วยเด็กควรมีการซักประวัติ การคลอดทุกครั้ง
2. ยาบางชนิดจะมี S/E ทำให้มีภาวะความดันโลหิตสูงได้ ต้องมีการซักประวัติ ให้ชัดเจน
3. คำจำกัดความหัวข้อใน PCT
    - Positive finding: ปัญหาใหญ่แยกตามระบบที่ตรวจพบ
    - Problem list: ปัญหาที่พบ จากการตรวจร่างกาย, ประวัติ
    - Differential diagnosis: การวินิจฉัยแยกโรค
4. CXR หากพบปอดขาวทั้ง 2 ข้าง นึกถึง volume overload ซึ่งในผู้ป่วย pneumonia มักจะไม่เกิดภาวะ volume overload
5. อาการบวมถ้าเกิดจากระบบหัวใจและหลอดเลือดมักจะไม่มีอาการบวมทั้งตัว
6. การพ่นยาในผู้ป่วยที่ lung clear อาจจะเกิดผลเสียได้ โดยเฉพาะในรายที่ผู้ป่วยมีภาวะโรคหัใจ (เพราะจะทำใหหัวใจเต้นเร็ว)
7. ถ้ามี case ที่น่าสนใจ ควรขออนุญาตผู้ป่วยถ่ายรูปไว้ด้วย
8. ผู้ป่วยที่มีภาวะ AGN สิ่งที่ต้องตระหนักที่สุดคือภาวะความดันโลหิตสูง
9. LAB ที่ช่วยวินิจฉัยได้ดีที่สุดสำหรับ ผู้ป่วย AGN คือ Anti DNase B
10. ผู้ป่วย ที่ได้รับยาขับปัสสาวะ ควร F/U Electrolytes เพื่อป้องกันภาวะ Electrolyte imbalance
11. ผู้ป่วย AGN ควร F/U BUN, Cr เพราะอาจเกิดภาวะ renal failure จากการปัสสาวะแแกมากเกิน (กรณีให้ยาขับปัสสาวะ)
12. ควรมีการซักประวัติการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรือผิวหนังในช่วง 1-3 สัปดาห์ก่อนมาในรายที่สงสัยภาวะ AGN
13. อาหารสำหรับผู้ป่วย AGN อาหาร Low protein ไม่สำคัญ เน้น Low salt diet และการจำกัดน้ำดื่ม
14. การวินิจฉัยโรค AGN
    - อาการ: non petting edema, Hypertention, oliguria, เหนื่อย
    - ประวัติ: มีประวัติติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ 1-2 สัปดาห์ หรือ มีแผลตามร่างกาย 2-3 สัปดาห์
    - LAB: Anti BNase B, ASO titer, C3
15. แนวทางการพยาบาลผู้ป่วย AGN ได้แก่
    - Record I/O, Restrict fluid, Low salt diet
    - BW OD
    - จำกัดการทำกิจกรรม ที่เกินความจำเป็น เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับยาขับปัสสาวะ

ข้อสอบ PCT ตึกผู้ป่วยในเด็ก
1. เด็กอายุ 5 ปี มาด้วยหายใจเหนื่อย นอนราบไม่ได้ มีอาการบวมที่หนังตาและขา non pitting edema ปัสสาวะสีน้ำล้างเนื้อ ตรวจปัสสาวะพบเม็ดเลือดแดง Urine Protein 2+ Granular cast 3-5, BUN = 53.4 mg/dl, Cr = 1.75 mg/dl, T = 38 ºC, P = 80 ครั้ง/นาที, R = 28 ครั้ง/นาที, BP = 150/100 mmHg เด็กรายนี้น่าจะเป็นโรคใด
    1. Acute Pyelonephritis
    2. Acute Glomerulonephritis
    3. Renal calculi
    4. Hypertension
2. จากข้อ 1 การพยาบาลข้อใดสำคัญที่สุด
    1. ให้ Absolute Bed Rest
    2. ดูแลให้รับประทานอาหารอ่อน
    3. แนะนำให้รับประทานอาหารโปรตีนสูง
    4. ดูแลให้ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้ปัสสาวะใส
3.จากข้อ 1 ผู้ป่วยรายนี้จะมีโอกาสเกิดภาวะภาวะแทรกซ้อนดังข้อต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
    1. Pulmonary edema
    2. Renal failure
    3. Heart failure
    4. Liver failure
4. เด็กอายุ 11 ปี มาด้วยอาการไอมีเสมหะ แน่นหน้าอก หายใจเหนื่อย 2 ชม. ก่อนมารพ. แรกรับ T = 38 ºC, P = 80 ครั้ง/นาที, R = 28 ครั้ง/นาที, BP = 150/101 mmHg, O2 sat 94% จากข้อมูลปัญหาสำคัญที่สุดที่ต้องรีบแก้ไขก่อนอันดับแรกคือข้อใด
    1. ปัญหาชักจากไข้สูง
    2. ปัญหาพร่องออกซิเจน
    3. ปัญหาขาดสารน้ำ และสารอาหาร
    4. ปัญหาความดันโลหิตสูง
5. ข้อใดไม่ใช่โรคที่เกิดจากการเชื้อแบคทีเรียในกลุ่ม Beta-Streptococcus group A
    1. Tonsillitis
    2. Pharyngitis
    3. Pneumonia
    4. Rubella
6. เด็กอายุ 8 ปี มีอาการบวมทั้งตัว ตรวจปัสสาวะพบ Albumin 3+ T = 38ºC, P = 80 ครั้ง/นาที, R= 24 ครั้ง/นาที, BP = 140/80 mmHg ได้รับการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะ
การพยาบาลข้อใดสำคัญที่สุด
    1. ดูแลให้ได้รับภูมิคุ้มกันโรคตามปกติ
    2. ทำความสะอาดผิวหนังด้วยน้ำสบู่ทุกวัน
    3. จำกัดกิจกรรมการเล่น ให้พักผ่อนบนเตียง
    4. ตรวจดูค่าความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะทุกวัน
7. อาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กที่เป็นโรคไตอักเสบคือข้อใด
    1. ข้าวสวย ปลาทอด ส้ม
    2. ข้าวต้ม ยำกุ้งแห้ง มะม่วงสุก
    3. ข้าวสวย เนื้อหมูตุ๋น กล้วยหอม
    4. ข้าวต้ม ผัดผักบุ้ง แตงโม
8. ผู้ป่วยเด็กอายุ 10 ปี ได้รับการวินิจฉัย Acute Glomerulonephritis ผู้ป่วยรายนี่ควรมีอาการและอาการแสดงตามข้อใดต่อไปนี้
    1. Hypertension, Oliguria, Gross hematuria, non pitting edema
    2. Oliguria, Gross hematuria, non pitting edema, Purulent urine
    3. Gross hematuria, pitting edema, oliguria, Hypertension
    4. Hypertension, Purulent urine, oliguria, pitting edema
9. ข้อใดไม่ถูกต้อง
    1. ผู้ป่วยที่เป็นโรค APSGN มักกลายเป็นโรคไตวายเรื้อรัง
    2. อาการ gross hematuria มักหายภายในไม่เกิน 3 สัปดาห์
    3. microscopic hematuria มักพบได้ 1-2 ปี หลังอาการดีขึ้น
    4. HT มักดีขึ้นเอง ภายใน 2 สัปดาห์ หลังป่วย
10. Lab ในข้อใดที่ช่วยยืนยันการติดเชื้อ Streptococcus ได้ดีที่สุด
    1. Anti – DNase B
    2. ASO titer
    3. H/C
    4. Throat swab C/S

เฉลย
1 = 2. Acute Glomerulonephritis
2 = 1. ให้ Absolute Bed Rest
3 = 4. Liver failure
4 = 4. ปัญหาความดันโลหิตสูง
5 = 4. Rubella
6 = 3.จำกัดกิจกรรมการเล่น ให้พักผ่อนบนเตียง
7 = 4. ข้าวต้ม ผัดผักบุ้ง แตงโม
8 = 1. Hypertension, Oliguria , Gross hematuria , non pitting edema
9 = 1. ผู้ป่วยที่เป็นโรค APSGN มักกลายเป็นโรคไตวายเรื้อรัง
10 = 1. Anti – DNase B
yuphin theamrumg
 
โพสต์: 66
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 09 ก.ค. 2014 2:46 am

ย้อนกลับไปยัง PCT Conference

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron