PCT Coferenceเรื่องMeningitis 3/10/62

สรุบข้อมูลความรู้จาก PCT conference ในแต่ละเดือน

PCT Coferenceเรื่องMeningitis 3/10/62

โพสต์โดย rungkan » จันทร์ 21 ต.ค. 2019 10:25 am

ผู้ป่วยเพศ : ชาย อายุ : 19 ปี วันที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาล : 20 กันยายน 2562 ระยะเวลาตั้งแต่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลถึงวันที่ได้รับการดูแล : 14 วัน ชื่อชาติ : ไทย ศาสนา : พุทธ อผู้ป่วย : ชาย กำลังศึกษาอยู่
การวินิจฉัยโรค : Meningitis
อาการสำคัญ : ไข้สูง ปวดศีรษะ อาเจียนพุ่ง1ครั้ง 1 day PTA
ประวัติการเจ็บป่วยในปัจจุบัน :
2 days PTA ; ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะ ค่อยๆ ปวดขึ้นเรื่อยๆ ตอนปวดกำลังเรียนหนังสืออยู่ ปวดทั่วๆศีรษะ ลักษณะปวดตุ๊บๆ ไม่ร้าวไปไหน PS 8/10 มีปวดกระบอกตา 2 ข้าง ไม่มีปวดเมื่อยเนื้อตัว ไม่มีคลื่นไส้อาเจียน ทานข้าวได้ปกติ ไม่มีชัก ไม่มีอ่อนแรง ไม่มีประวัติกระทบกระเเทกบริเวณศีรษะมาก่อน ต่อมามีไข้สูง หนาวสั่น ตลอดทั้งวัน ทานยาลดไข้ไป 2 เม็ดอาการไม่ดีขึ้น ไม่มีประวัติเดินทางเข้าป่าหรือย่ำน้ำขัง ไม่มีถ่ายดำ ไม่มีเลือดออกตามไรฟัน ไม่มีผื่นตามตัว ปัสสาวะปกติ
1 day PTA ; อ่อนเพลียมากขึ้น ไม่มีชาตามตัว ไม่มีปากเบี้ยว พูดชัด ทานข้าวได้ 2-3 คำ ยังมีปวดศีรษะ หนาวสั่นพอๆ เดิม คลื่นไส้อาเจียน 1 รอบ ออกมาเป็นน้ำ ตัดสินใจไปหาหมอที่clinic ได้ยาลดไข้ ยาเเก้อาเจียน ยาฆ่าเชื้อมา กลับมาบ้านทานยาเเล้วอาการไม่ดีขึ้น เลยไปหาหมอที่clinic เเห่งใหม่ ที่ clinic ให้เเนะนำมาที่รพ. เลยตัดสินใจมาที่รพ พนมสารคาม
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต : ปฏิเสธการเจ็บป่วยในอดีต
การผ่าตัด : ปฏิเสธการผ่าตัด
โรคประจำตัวและการรักษา : ปฏิเสธโรคประจำตัว
การตรวจร่างกายทุกระบบโดยละเอียด
Vital sign BT 39 C PR 110 /min RR 28 /min BP 121/67 mmHg 02 sat100%
General appearance :Thai male, age 19 year old, look illness.
Skin : Normal color for race, warm to touch, mild pale, mild jaundice, no cyanosis, no rash, no lesion.
Head and Face : Symmetry,normal shape ,no mass and lesions.
Hair / Scalp :Black color,normal distribution
Ears :External ears no mass,no lesion, both ears canal normal, no brasion or inflammation. Normal earing.
Eyes : Normal eyes contour, not pale conjunctiva. anicteric sclera. Left Pupils round 3mm, Right Pupils round 3 mm reaction to light both eyes.
Nose : External configuration normal, not injected, no discharge. Septum not deviated.
Mouth : Buccal mucous membrane pink, no dental caries. Dry Lips , no cyanosis. Oropharyx not injected. Uvula in midline. soft palate and hard palate no lesion.Tonsils not enlarged, not injected.
Lymph nodes : Pre auricular, Post auricular, occipital, cervical-anterior and posterior triangles, supraclavicular, axillary, epitrochlear, inguinal, and femoral . not enlarge.
Neck : stiffness of neck,Trachea in midline Thyroid gland slightly ,moved on swallowing , no bruit . No engorgement of neck vein.
Chest ; Thorax and lungs : Normal chest contour. A-P diameter = 1:2.Lung good expansion, equally, no retraction. Percussion hyperresonant .Normal breath sound. No adventitious sound. Tactile fremitus resonance, equally.
Cardiovascular ; Heart and peripheral vascular : No bulging, no thrill, no heaving H.R. 110/min, regular rhythm. S1S2 normal, no murmur.
Abdomen : Normal abdominal contour, no distension, no bulging, no superficial vein dilatation, no surgical scar. Percussion tympanic sound. Liver and spleen can’t be palpable. No tenderness, no abdominal mass. Bowel sound 8/min. No fluid thrill.
Neurologic : Mental status: Good consciousness. Motor system: Normal tone. Motor power grade 5
Sensory system:No sensation impairment , intact in all area Meningeal irritation: stiff neck positive , kernig sign negative, Cerebellar sign : finger to nose negative, Babinski sign : negative
Extremities : Normal movement, no deformity, no cyanosis. No lesion.

Meningitis
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ภาษาอังกฤษ : Meningitis) คือ โรคที่เยื่อหุ้มสมองเกิดการติดเชื้อ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา แล้วทำให้บริเวณดังกล่าวอักเสบบวม ส่งผลให้เกิดอาการอื่น ๆ ตามมา เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ คอแข็ง ฯลฯ โรคนี้จัดเป็นโรคร้ายแรงชนิดหนึ่ง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจทำให้เสียชีวิตหรือพิการได้โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเป็นโรคที่พบได้เรื่อย ๆ แต่ไม่ถึงกับบ่อยมาก สามารถพบได้ในคนทุกวัยตั้งแต่เด็กอ่อนไปจนถึงผู้สูงอายุ ส่วนโอกาสในการเกิดโรคในผู้ชายและผู้หญิงมีเท่ากัน
สาเหตุของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเกิดจากการติดเชื้อ ซึ่งเชื้อที่พบได้บ่อยที่สุด คือ จากเชื้อไวรัส รองลงมาคือจากเชื้อแบคทีเรีย และที่พบได้บ้างคือ จากเชื้อรา ส่วนสาเหตุอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้จะพบได้น้อยมาก (บางครั้งแพทย์อาจตรวจไม่พบเชื้อเลยก็ได้) ซึ่งเชื้อจะเข้าสู่เยื่อหุ้มสมองผ่านทางกระแสเลือดซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุด นอกจากนั้นที่พบได้น้อยกว่ามากคือ เชื้อลุกลามจากเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่อยู่ใกล้เคียงกับเยื่อหุ้มสมองที่มีการอักเสบติดเชื้อ แล้วลุกลามเข้าเยื่อหุ้มสมองร่วมด้วย (เช่น จากหูชั้นกลางอักเสบ หรือไซนัสอักเสบ) และจากเยื่อหุ้มสมองได้รับเชื้อโดยตรงจากอุบัติเหตุทางสมองที่ก่อให้เกิดบาดแผล (เช่น กะโหลกศีรษะแตก) โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบสามารถติดต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้โดยผ่านการสัมผัสคลุกคลีกับผู้ป่วย การไอ จาม หายใจรดกัน เสมหะ น้ำมูกอุจจาระ ปัสสาวะ และตุ่มแผลที่มีเชื้อโรคเจือปนอยู่ เช่น ถ้าเกิดจากเชื้อแบคทีเรียก็ติดต่อกันผ่านการไอ จาม หรือหายใจรดกัน ถ้าเกิดจากเชื้อไวรัสก็มักติดต่อกันผ่านทางเสมหะและน้ำมูก (แต่คนที่ได้รับเชื้อส่วนใหญ่จะไม่เกิดโรค) เป็นต้น
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส (Viral meningitis) อาจเกิดจากเชื้อไวรัสเอนเทอโร (Enterovirus) ที่ทำให้เกิดโรคมือ เท้า ปาก และไข้หวัดทั่วไป, เชื้อไวรัสคอกแซคกี (Coxsackievirus) ที่ทำให้เกิดโรคมือ เท้า ปาก, เชื้อไวรัสคางทูม (Mumps virus) ที่ทำให้เกิดโรคคางทูม, เชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella zoster virus) ที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส, เชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ (Herpes virus) ที่ทำให้เกิดโรคเริม, เชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) เป็นต้น ซึ่งเชื้อมักแพร่กระจายผ่านทางกระแสเลือด ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง และบางกรณีอาจเกิดการอักเสบของเนื้อสมองร่วมด้วย เยื่อหุ้มสมองอักเสบชนิดนี้เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดและมีความรุนแรงน้อยที่สุด (แต่ก็ไม่เสมอไปเพราะเชื้อไวรัสบางตัวอาจทำให้เกิดอาการได้ เช่น ท้องเสีย เป็นต้น) และมีโอกาสน้อยมากที่จะทำอันตรายต่อสมองอย่างถาวรหลังจากอาการติดเชื้อบรรเทาลงแล้ว เพราะสามารถหายเองได้
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเฉียบพลันชนิดมีหนองจากเชื้อแบคทีเรีย (Acute purulent meningitis) อาจเกิดจากเชื้อสเตรปโตคอกคัส (Streptococcus), สแตฟฟิโลคอกคัส (Staphylococcus), นิวโมคอกคัส (Pneumococcus) ที่พบได้ในภาวะปอดอักเสบติดเชื้อ, อีโคไล (Escherichia coli), เมนิงโกคอกคัส (Meningococcus) ซึ่งทำให้เกิดโรคไข้กาฬหลังแอ่น, เคล็บซิลลา (Klebsiella), ฮีโมฟิลัส อินฟลูเอ็นซาอี ชนิดบี (Haemophilus influenzae Type B) ที่ทำให้เกิดโรคฮิบ (HIB) เป็นต้น ซึ่งเชื้อโรคอาจแพร่กระจายจากแหล่งติดเชื้อที่ส่วนอื่นของร่างกาย (เช่น คออักเสบ ปอดอักเสบ กระดูกอักเสบเป็นหนอง ฝีที่ผิวหนัง โรคติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ) แล้วผ่านทางกระแสเลือดไปที่เยื่อหุ้มสมอง หรือไม่เชื้อก็อาจลุกลามจากบริใกล้สมองซึ่งพบได้น้อย (เช่น ในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อของหูชั้นกลาง (หูชั้นกลางอักเสบหรือหูน้ำหนวก) หรือไซนัส (ไซนัสอักเสบ) เมื่อเป็นเรื้อรัง ก็อาจมีเชื้อโรคจากบริเวณดังกล่าวลุกลามไปถึงเยื่อหุ้มสมองได้ หรือในกรณีที่ผู้ป่วยมีกะโหลกศีรษะแตกจากการบาดเจ็บ เชื้อโรคจากภายนอกก็อาจลุกลามเข้าไปในสมองได้โดยตรงจนเกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง เป็นต้น)
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากวัณโรค (Tuberculous meningitis) ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า “มัยโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คุโลสิส” (Mycobacterium tuberculosis) สามารถพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่พบได้มากในเด็กอายุ 1-5 ปี โดย เกิดจากเชื้อดังกล่าวซึ่งแพร่กระจายมาจากปอดหรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกายไปที่เยื่อหุ้มสมองโดยผ่านทางกระแสเลือด ผู้ป่วยมักจะมีอาการค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ซึ่งอาจกินเวลาเป็นสัปดาห์ แต่ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์เมื่อมีอาการรุนแรงแล้ว จึงทำให้มีอัตราการเสียชีวิตหรือพิการค่อนข้างสูง
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา หรืออาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อคริปโตคอกคัส” (Cryptococcal meningitis) เพราะเชื้อราคริปโตคอกคัส (Cryptococcus) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในบ้านเรา ซึ่งเชื้อชนิดนี้จะพบได้ในอุจจาระของไก่ นกพิราบ และตามดิน เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจเข้าทางปอด ผ่านกระแสเลือดแล้วไปที่เยื่อหุ้มสมอง อาการของผู้ป่วยจะค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ มักพบในผู้สูงอายุและผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอเนื่องจากเป็นโรคเอดส์ โรคมะเร็ง หรือโรคเรื้อรังต่าง ๆ (เช่น เบาหวาน ไตวาย ตับแข็ง เอสแอลอี เป็นต้น) หรือมีประวัติกินยากดภูมิคุ้มกันหรือยาสเตียรอยด์มานาน ส่วนในเด็กหรือผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงจะพบได้น้อย
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบา (Primary amebic meningoencephalitis) เกิดจากเชื้ออะมีบานีกลีเรียฟาวเลอรี (Naegleria fowleri) ซึ่งอาศัยอยู่ในบ่อน้ำหรือในที่ที่มีน้ำไหลช้า ๆ หรือดินโคลน เชื้อชนิดนี้จะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกจากการเล่นน้ำในบึง คู คลอง หรือสระน้ำที่มีเชื้อชนิดอยู่ หรืออาจเข้าสู่ร่างกายจากการถูกสาดน้ำหรือจากการสูดน้ำที่มีเชื้อเข้าจมูก ตัวเชื้ออะมีบาจะไชผ่านเยื่อบุของจมูกและเส้นประสาทการรู้กลิ่น (Olfactory nerve) เข้าสู่บริเวณฐานสมอง แล้วแพร่กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของสมองและเยื่อหุ้มสมอง โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบชนิดนี้มีความร้ายแรงมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเสียชีวิต (มีระยะเวลาการฟักตัวของโรคประมาณ 3-7 วัน แต่บางรายอาจนานถึง 2 สัปดาห์)
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากพยาธิ (Eosinophilic meningitis) ที่พบได้บ่อยในบ้านเรา ได้แก่ พยาธิตัวจี๊ด และพยาธิหอยโข่ง (Angiostrongylus cantonensis) ซึ่งเป็นพยาธิที่พบได้มากทางภาคกลางและภาคอีสาน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีประวัติกินหอยโข่งดิบมาก่อนมีอาการได้ประมาณ 1-2 เดือน พยาธิจะเข้าไปในกระเพาะลำไส้และไชเข้าสู่กระแสเลือดแล้วขึ้นไปที่สมอง มักพบโรคนี้ในช่วงปลายฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงที่หอยโข่งตัวโตเต็มที่และชาวบ้านมักจับมากิน ส่วนความรุนแรงของโรคจะขึ้นอยู่กับความผิดปกติที่เกิดขึ้นในสมอง ถ้าเป็นไม่รุนแรงจะหายได้เอง แต่ถ้ามีเลือดคั่งในสมองหรือสมองส่วนสำคัญถูกทำลายก็อาจทำให้เสียชีวิตหรือพิการได้
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรคติดเชื้อต่าง ๆ เช่น ไข้ไทฟอยด์ (Typhoid fever), สครับไทฟัส (Scrub typhus), โรคฉี่หนู (Leptospirosis), โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis), โรคบรูเซลโลสิส (Brucellosis) เป็นต้น
อาการที่เป็นลักษณะเฉพาะของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ มีไข้ ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียนมาก คอแข็ง
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
มีภาวะติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง
S: ไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ
O: Case meningitis
O: BT 39 c
P: การติดเชื้อลดลง
การพยาบาล
1. ประเมินอาการและอาการแสดงโดยการสังเกต
2. ประเมินสัญญาณชีพทุก 4 ชม.
3. ดูแลให้ยาตามแผนการรักษาของแพทย์
4. Nss 1000 ml V 120 ml/hr
5. Ceftriazone 2g v q 12 hr
6. Ampicillin 2 g v q 4 hr
7. บันทึกน้ำเข้าน้ำออก
8. Bed rest
9. Observe อาการเปลี่ยนแปลง
rungkan
 
โพสต์: 47
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 11 ก.ย. 2014 3:16 am

ย้อนกลับไปยัง PCT Conference

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron