Patient experience 4.0

ห้องให้ชาวโรงพยาบาลพนมสารคามมาแบ่งปันข้อมูลที่น่าสนใจ คุยกันสบาย ๆ

Patient experience 4.0

โพสต์โดย Peetudtuu » เสาร์ 02 ก.ย. 2017 7:29 am

“ความร่วมมือของภาคประชาชนในการขับเคลื่อนคุณภาพและความปลอดภัยจากประสบการณ์ผู้ป่วย (Patient Experience 4.0)” ให้กับรพ.ในโครงการ Engagement for Patient Safety โดยเชิญผู้แทนรพ.ที่รับผิดชอบงานที่มุ่งเน้นผู้รับบริการ งานสื่อสารประชาสัมพันธ์ และนักสื่อสารคุณภาพภาคประชาชนของแต่ละรพ.ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
...โดยเริ่มต้นเรียนรู้เรื่อง "Patient Journey Map" หนึ่งในเครื่องมือเรียนรู้ประสบการณ์ผู้ป่วยที่สำคัญที่เรียนรู้เรื่องราวตลอดเส้นทางของการมารักษาทีรพ.ทำให้เราสามารถเรียนรู้แต่ละพื้นที่ในรพ.ได้ว่า ทุกที่ที่ผู้ป่วยสัมผัส ผู้ป่วยได้ทำอะไร เราทำอะไรให้ผู้ป่วย (doing) ผู้ป่วยคิดอย่างไร (thinking) และผู้้ป่วยรู้สึกอย่างไร (feeling) อะไรเป็นจุด pain point ที่ เราต้องค้นหา เกิดขึ้นที่กระบวนการในของระบบบริการเพื่อ พัฒนาระบบ redesign และสร้างองค์ความรู้จากประสบการณ์ผู้ป่วย เป็นการพัฒนาระบบที่ Management by fact ที่ตอบสนองความต้องการและความคาดหวัง และสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ดีกว่า สอดคล้องกับมาตรฐาน HA I-3 ที่เน้นให้ฟัง Voice of Patient/Customer เพื่อการพัฒนาสู่ความยั่งยืน โดยมีรพ.สรรพสิทธิ์ประสงค์ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการเริ่มนำเครื่องมือไปใช้
...หลังจากนั้นได้ชวนให้ผู้เข้าร่วมประชุมเรียนรู้ "ทิศทางการขับเคลื่อน 2P Safety Goals โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและคนโรงพยาบาล" ซึ่งนโยบายการขับเคลื่อนความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรทางสาธารณสุข มี หนึ่งข้อสำคัญคือ ส่งเสริมให้ผู้ป่วยและประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเพื่อความปลอดภัยในระบบบริการสาธารณสุข นำมาซึ่ง ยุทธศาสตร์ที่ 2 ของการขับเคลื่อนนโยบาย Patient and Personnel Safety จึงเป็นเรื่องการสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายภาคประชาสังคม ผู้ป่วยและองค์กรต่างๆในระบบบริการสุขภาพ ที่มุ่งเน้น People centred care ตามแบบสากล โดยจะมีการประกาศยุทธศาสตร์และวางแนวทางการขับเคลื่อนในวันที่ 17 กันยายน 2560 ซึ่งเป็นวัน Global Day of Patient Safety และ Thailand Patient and Personnel Safety Day ซึ่งเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมงานและขับเคลื่อน
..ต่อเนื่องการเรียนรู้ด้วยการเปิดเวทีเสวนา "จากคนไข้ อยากเห็นอะไรจากการใช้ประสบการณ์ผู้ป่วย (Patient Experience in action)" ซึ่งร่วมเสวนากับพี่ๆตัวแทนคนไข้จากโรคไต โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ โดยเล่าให้ฟังถึงการใช้กลไก Patient Experience มาพัฒนาระบบบริการ โดยผู้ป่วยและประชาชนมีส่วนร่วม ได้ฟังเสียงสะท้อนจากผู้ป่วย ได้ฟังจุด Pain point ของผู้ป่วย เมื่อเขา touch point ซึ่งเสียงผู้ป่วยเป็นเสียงที่ต้องฟัง ฟังเพื่อปรับบระบบบริการ นับเป็นการเสวนาที่สร้างสรรค์ ผู้ป่วยสะท้อนมุมมองและความคาดหวัง รวมถึงเสนอตัวเป็นผู้ช่วยในการพัฒนาระบบบริการด้วยความเข้าใจ
...ช่วงบ่ายได้รับเกียรติจาก อ.ดวงสมร บุญผดุง หรือแม่ต้อย ผู้ริเริ่มนำแนวคิด Patient Experience มาใช้ในการพัฒนาระบบบริการมาใช้ในประเทศ ได้มาเล่าแนวคิดและประสบการณ์เรื่อง People centred care ที่ทำจากใจ และปิดท้ายวันแรกด้วยการนำเสนอผลงานของรพ.ต่างๆที่นำแนวคิดของ Patient Experience ไปใช้พัฒนาระบบ ซึ่ง รพ.ที่ได้รับรางวัลขนะเลิศ คือรพ.ลำพูน ที่ประสบการณ์จากญาติที่มาส่งผู้ป่วยมะเร็ง ได้รับ ก่อให้เกิดแนวคิด พัฒนาพื้นที่สบายใจในรพ.โดยญาติเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการคิด ออกแบบและดำเนินการเป็นรูปธรรม
..วันที่ 30 สค. 60 เริ่มต้นด้วย การสรุปโครงการพัฒนานักสื่อสารคุณภาพ ที่เริ่มต้นตั้งปี 2558 โดยมีวัตถุประสงค์ สร้างความร่วมมือระหว่างประชาชนและรพ.เพื่อสร้างความเข้าใจระบบบริการและ องค์ความรู้ทางกานรแพทย์ ผ่านนักสื่อสารคุณภาพ ซึ่ง กติกา จะต้องเป็นหนึ่งคนรพ.จับมือมาพัฒนาร่วมกันกับหนึ่งคนพื้นที่ มีรพ.สมัครใจร่วมพัฒนา 46 รพ.ซึ่งให้มาเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกัน รวมถึงเพิ่มเติมทักษาะในการสื่อสารและการเปลี่ยนภาษาแพทย์เป็นภาษาประชาชน โดยนักสื่อสารคุณภาพ หมายถึง "คนที่ทำให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในความต้องการที่จำเป็นของคนไข้ประชาชนและมาตรฐานวิชาชีพในระบบบริการสุขภาพ" ซึ่งได้ให้นักสื่อสารคุณภาพทั้งหลายได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ไปดำเนินการมา เสียงสะท้อนจากที่รพ.ได้รับคือ เมื่อ ประชาชนเข้าใจและเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา เขาจะเสมือนเป็นเจ้าของที่พร้อมช่วยเหลือและพูดแทนรพ.ในเรื่องต่างๆนำมาซึ่งความเข้าใจและลดความขัดแย้ง
...หลังจากนั้นเป็นการเพิ่มเติมองค์ความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารจากวิทยากรรับเชิญเรื่อง "สื่อสาร ให้ได้ใจและปลอดภัยในยุคดิจิทัล เทคโนโลยี"อาจารย์ชวนา กีรติยุทธอมรกุล และปิดท้ายด้วยความรู้เพื่อกลับไปพัฒนาระบบเรื่อง "Design Thinking ออกแบบงานให้ได้ใจทั้งคนไข้และพนักงาน" จากอ.เมษ์ ศรีพัฒนาสกุล ซึ่งชวนให้เรามี creative thinking ที่หลากหลาย

...การฟังเป็นทักษะพื้นฐานแรกของการ Engage ผู้คนและใครต่อใครเข้าร่วมและเป็นส่วนหนึ่ง การฟังประสบการณ์ผู้ป่วยเป็นเรียนรู้ผู้ป่วยด้วยความเข้าใจในสิ่งที่ผู้ป่วยประสบจริง ชวนกันฟังประสบการณ์ผู้ป่วย เพื่อนำมาพัฒนาระบบ โดยเฉพาะประสบการณ์ pain point เพืิ่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ดีกว่าเดิมให้ผู้ป่วย เพื่อวันหนึ่งเมื่อเราเป็นผู้ป่วย เราจะได้มีแต่ประสบการณ์ดีๆที่น่าประทับใจเล่าให้ใครต่อใครฟัง..
Peetudtuu
 
โพสต์: 150
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 02 ก.ค. 2014 6:50 pm

ย้อนกลับไปยัง พูดคุยสัพเพเหระ ฉบับเพื่อนร่วมงาน รพ.พนมสารคาม

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน