น้ำยาฆ่าเชื้อ (OR)

แบ่งปันข้อมูลทางวิชาการ แนวเวชปฏิบัติ หนังสือน่าสนใจ PCT conference สรุปการประชุมต่าง ๆ

น้ำยาฆ่าเชื้อ (OR)

โพสต์โดย สุกันยา » อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 8:48 am

น้ำยาฆ่าเชื้อ (Disinfectant)

น้ำยาฆ่าเชื้อ เป็นชื่อเรียกสารเคมีที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ปลอดเชื้อ หรือระงับเชื้อ ซึ่งจะระบุที่ฉลากของผลิตภัณฑ์ว่ามีฤทธิ์ระดับใด ได้แก่

Antiseptics:- หมายถึง สารเคมีที่ใช้ทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ใช้กับภายนอกของร่างกายสิ่งมีชีวิตโดยไม่ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อเหล่านั้น

Disinfectant:- หมายถึง สารเคมีที่ใช้ทำลายจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคและใช้กับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น เครื่องมือและสถานที่เป็นต้น สารเคมีเหล่านี้จะทำให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังและเนื้อเยื่อเมื่อเข้าสู่ร่างกายโดยตรง

Germicide หรือ micromicide:- ความหมายใกล้เคียงกับ disinfectant ถ้าเจาะจงเฉพาะเชื้อจุลินทรีย์ต่าง ๆ จะระบุเป็น bactericide, fungicide, virucide, sporicide เป็นต้น



น้ำยาฆ่าเชื้อแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้ 2 วิธี ดังนี้

1. แบ่งตามความสามารถในการทำลายเชื้อได้ 3 ระดับ ดังนี้

1.1 น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูง (High-Level disinfectant) หมายถึง สารเคมีที่สามารถทำลายสปอร์ของแบคทีเรียและจุลินทรีย์อื่น ๆ ทุกชนิด จึงเหมาะสมที่จะใช้เป็นสารที่ทำให้ปลอดเชื้อ (sterilant) ในวัสดุหรือเครื่องมือที่ต้องการปลอดเชื้ออย่างยิ่ง (critical items)

ตัวอย่างสารเคมีกลุ่มนี้ ได้แก่ กลูตาราลดีไฮด์ 2.0 - 3.2% ก๊าซเอทิลีนอ๊อกไซด์ เป็นต้น

1.2 น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพปานกลาง (intermediate-level disinfectants) คือ สารเคมีที่ไม่สามารถทำลายสปอร์ของแบคทีเรีย แต่สามารถทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่มีความสำคัญ เช่น เชื้อวัณโรค และไวรัสได้ โดยฤทธิ์ในการทำลายเชื้อไวรัส เปลี่ยนแปลงไปตามความเข้มข้นของน้ำยา ใช้สารเคมีเหล่านี้ในกลุ่มเครื่องมือที่ต้องการปลอดเชื้อปานกลาง (semi-critical items)

ตัวอย่างสารเคมีกลุ่มนี้ ได้แก่ แอลกอฮอล์ ฟอร์มาลดิไฮด์ ไอโอโดฟอร์ สารประกอบคลอรีน (โซเดียมไฮโปคลอไรท์)

1.3 น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพต่ำ (low-level disinfectants) คือ สารเคมีที่ไม่สามารถทำลายสปอร์ของแบคทีเรียและไม่สามารถทำลายเชื้อวัณโรคและเชื้อไวรัสได้ สารเคมีเหล่านี้ เมื่อความเข้มข้นเพิ่มสูงขึ้น อาจเปลี่ยนจาก low-level disinfectants เป็น intermediate-level disinfectants ได้เช่น povidone-iodine จาก 75 ppm ถึง 450 ppm สารเคมีบางชนิดแม้ความเข้มข้นจะเพิ่มขึ้นเพียงใดก็เป็น low-level disinfectants เช่น benzalkonium chloride (ชื่อการค้า Zephirol, Zephiran) สารเคมีกลุ่มนี้เหมาะสำหรับวัสดุหรือเครื่องมือที่ไม่จำเป็นต้องปลอดเชื้อมากนัก(non-critical item)

2. แบ่งตามคุณสมบัติทางเคมี โดยเฉพาะโครงสร้างทางเคมี (คัดเลือกเฉพาะน้ำยาที่ใช้อย่างแพร่หลาย)
2.1 กลุ่มแอลกอฮอล์ (Alcohols)

แอลกอฮอล์ที่ใช้แพร่หลายคือเอทธิลแอลกอฮอล์ (ethylalcohol) และไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (Isopropyl alcohol) ซึ่งเป็นสารระงับเชื้อและฆ่าเชื้ออย่างแพร่หลายมานานแล้ว

คุณสมบัติ
แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์โดยการตกตะกอนโปรตีนและละลายไขมันที่เยื่อหุ้มเซลล์
เอทธิลแอลกอฮอล์สามารถฆ่าเชื้อวัณโรคได้ และไวรัสพวก herpes, influenza, rabies ได้ แต่พวกไวรัสตับอักเสบและ AIDS ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ขณะที่ไฮโซโพรพิลแอลกอฮอล์สามารถฆ่าได้
ระยะเวลาในการฆ่าเชื้อเร็วประมาณ 1-2 นาที ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ทั้งกรัมบวกและกรัมลบ
ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคได้สูงกว่า เอทธิลแอลกอฮอล์ แต่ระเหยช้ากว่า ทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองผิวมากกว่า ความเข้มข้นที่ดีที่สุดคือ 70% เพราะมีปริมาณแอลกอฮอล์น้อยที่สุด ที่จะได้ผลดีที่สุด และมีปริมาณน้ำที่พอเหมาะ ที่จะทำให้ผิวหนังเปียกได้ดี ช่วยให้แอลกอฮอล์แทรกซึมกระจายตัวได้ดีและระเหยช้าๆ ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังมาก ถ้าความเข้มข้นมากกว่า 80% ขึ้นไปจะทำให้ประสิทธิภาพลดลง
ที่ความเข้มข้น 70% แอลกอฮอล์ทั้งสองชนิดนี้ใช้ได้ทั้งเป็นสารระงับเชื้อ (Antiseptic) และสารฆ่าเชื้อ

(Disinfectant) นอกจากจะใช้เป็นสารฆ่าเชื้อโดยลำพังแล้ว ยังใช้ร่วมกับสารฆ่าเชื้ออื่น ๆ เช่น savlon 1:30 in alcohol 70% ใช้แช่เครื่องมือ กรณีต้องการฆ่าเชื้อเร่งด่วน 2-5 นาที เป็นต้น
สุกันยา
 
โพสต์: 47
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 25 ก.ค. 2014 1:03 am

ย้อนกลับไปยัง วิชาการ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน