สรุป การประชุมวิชาการ “ 20th HA National Forum Change and Co

แบ่งปันข้อมูลทางวิชาการ แนวเวชปฏิบัติ หนังสือน่าสนใจ PCT conference สรุปการประชุมต่าง ๆ

สรุป การประชุมวิชาการ “ 20th HA National Forum Change and Co

โพสต์โดย supitcha-t1 » จันทร์ 18 มี.ค. 2019 5:51 pm

การประชุมวิชาการ
“ 20th HA National Forum Change and Collaboration for Sustainability ”
จัดโดย สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) – สรพ. 13-15 มีนาคม 2562 ศูนย์การประชุม IMPACT FORUM เมืองทองธานี
ผู้เข้าร่วมประชุม
นพ.เทพกรณ์ ศิริปักมานนท์ นายแพทย์ชำนาญการ ประธาน RM
พญ.วรินทิพย์ มหาพสุธานนท์ นายแพทย์ชำนาญการ ประธาน PCT
ทพญ.นัดดา มนูญศิลป์ ทันตแพทย์ชำนาญการ เลขา RM
นส.สุดใจ แสงสุนทร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ประธาน HA
นางสุพิชชา ทองประสิทธิ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ เลขา HA
นางมลทิรา วงศกำภู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ เลขา PCT

ความยั่งยืนจากการพัฒนาคุณภาพที่หน้างาน
เพื่อส่งมอบบริการสุขภาพที่ปลอดภัย น่าไว้วางใจ ทันเวลา มีประสิทธิผล ประสิทธิภาพ ไม่เลือกปฏิบัติและมุ่งเน้น ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง มีความสำคัญต่อความยั่งยืนในระบบบริการสุขภาพ หัวใจสำคัญของระบบบริหารผลการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพสูง (High Performance Management System: HPMS) ของการพัฒนาคุณภาพ ที่หน้างาน คือ ความร่วมมือกันของ 1) ผู้ปฏิบัติหน้างาน (frontline staff) มีส่วนร่วมในการออกแบบ ทดสอบ และนำมาตรฐานการทำงานลงสู่การปฏิบัติมีส่วนสำคัญในการระบุ ปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติและวิเคราะห์สาเหตุราก ร่วมกันปรับปรุง
2) หัวหน้างาน (unit manager) ที่เข้าใจแนวคิดคุณภาพ มีทักษะและ มั่นใจในการนำลงสู่การปฏิบัติทั้งกระบวนการกำกับและพัฒนาคุณภาพ
3) ทีมพี่เลี้ยงคุณภาพ (quality improvement specialist) ที่มีบทบาท สำคัญในการโค้ชทีมผู้ปฏิบัติหน้างานอย่างใกล้ชิด กระตุ้นการสื่อสาร เช่น การประชุมทีม และการสื่อสารข้อมูลผลการดำเนินงานที่พร้อมต่อการเข้าถึง/ ใช้งาน ช่วยค้นหาโอกาสพัฒนานำมาสู่การปรับปรุง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ เครื่องมือพัฒนาคุณภาพ กระตุ้นการปรับปรุงที่รวดเร็ว ร่วมติดตามกำกับและ ขยายผลต่อยอด “จากความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในด้านเทคโนโลยีและการ เปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉมในธุรกิจหลายๆ ด้าน คงยากที่จะคาดเดาโลก ในอีก 5 ปีข้างหน้าว่าจะหน้าตาเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ทุกสถานพยาบาลน่า จะพอทำได้ก็คือ การเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะมาใน ทุกรูปแบบ และหาเครือข่ายความร่วมมือที่จะโต้คลื่นการเปลี่ยนแปลง ไปด้วยกัน ประคับประคองกัน เพื่อให้องค์กรอยู่รอดและสร้างคุณค่าให้ กับสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน”
ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมในการดูแลผู้ป่วยและระบบสนับสนุนบริการ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ การเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยีและสังคม ส่งผลกระทบต่อการจัดการสิ่งแวดล้อมในการดูแลผู้ป่วย และระบบสนับสนุนการให้บริการของโรงพยาบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อ ให้การพัฒนาสิ่งแวดล้อมในการดูแลผู้ป่วยและระบบสนับสนุนบริการให้มี คุณภาพ และมีความยั่งยืนนั้น ต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้นำ การใส่ใจจาก ผู้ที่รับผิดชอบในการดูแลบำรุงรักษา มีแนวคิดที่ชัดเจน มีความเข้าใจเกี่ยวกับ มาตรฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการ แนวคิดสำคัญในการพัฒนาสิ่งแวดล้อม อาคาร สถานที่ และระบบ สนับสนุนบริการในโรงพยาบาล ได้แก่
1) Visual management เน้นการออกแบบจัดสิ่งแวดล้อมที่สามารถ สัมผัสหรือรับรู้ผ่านการมองเห็น
2) Human-centred design เน้นการออกแบบจัดสิ่งแวดล้อม จัดระบบ สนับสนุนบริการที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ/ผู้ป่วย/ญาติ 3) User-centred design เน้นการออกแบบจัดสิ่งแวดล้อม จัดระบบ สนับสนุนบริการให้เอื้อต่อการใช้งานที่เหมาะสมในแต่ละกลุ่ม มาตรฐาน กฎหมาย และแนวทางที่สำคัญในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและ ระบบสนับสนุนบริการภายในโรงพยาบาลที่ควรศึกษาเพื่อนำลงสู่การปฏิบัติได้แก่
1) มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ฉบับที่ 4 ที่เกี่ยวข้องกับ การจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล คือ I-5.1 สภาพแวดล้อมของกำลังคน
(ข). บรรยากาศการทำงานของกำลังคน, II-3 สิ่งแวดล้อมในการดูแลผู้ป่วย, II-4.2 การปฏิบัติเพื่อการป้องกันการติดเชื้อ (infection prevention practice) (ก.) การป้องกันการติดเชื้อทั่วไป (2)-(3), III-4.1 การดูแลทั่วไป (general care delivery) (2)
2) กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ 2.1) อาคาร สถานที่และสิ่งแวดล้อม ได้แก่ พระราชบัญญัติสถาน พยาบาลฉบับที่4 (พ.ศ. 2559) และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง, พระราชบัญญัติ ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2535 และกฎ กระทรวงที่เกี่ยวข้อง, พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 30 HA UPDATE 2019
2.2) การป้องกันระงับอัคคีภัย ได้แก่ พระราชบัญญัติการป้องกัน และระงับอัคคีภัย พ.ศ.2542และกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555
2.3) วัสดุอันตราย ได้แก่ พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 (แก้ไขปี2551) และกฎกระทรวงแรงงานว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานในการ บริหารจัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพ แวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556
2.4) การจัดการน้ำเสีย ได้แก่ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพ.ศ.2535 กฎกระทรวงและประกาศที่เกี่ยวข้อง
2.5) การจัดการขยะ ได้แก่ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2550, กฎกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการกำจัด มูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 และกฎกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยลักษณะการ จัดการมูลฝอยทั่วไป พ.ศ. 2560
2.6) อาชีวอนามัย ได้แก่ พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีว อนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554
3) ระบบ 5 ส. ที่ประกอบด้วย (1) ส.สะสาง เพื่อลดความสูญเปล่าแยก สิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากระบบและเพิ่มสิ่งที่จำเป็นที่ยังไม่มี, (2)ส.สะดวก เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการทำงาน, (3)ส.สะอาด เพื่อตรวจสอบความผิดปกติ, (4)ส.สร้าง มาตรฐาน เพื่อลดความผันแปรของระบบการทำงาน, (5)ส.สร้างนิสัย เพื่อการ รักษามาตรฐานปฏิบัติตามกฎเกณฑ์จนเป็นนิสัย
4) 2 P-Safety Goals มีส่วนที่เกี่ยวข้องและต้องนำสู่การปฏิบัติได้แก่ Patient Safety Goals: Safe surgery and invasive procedures, Personnel Safety Goals: Environment & Working conditions 5) Healing environment ที่ประกอบด้วย การสร้างความตระหนักและ ความสนใจในการพัฒนาสู่สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยา, การผสมผสาน ความต้องการของปัจเจกบุคคล ทั้งกาย จิต วิญญาณ, การสร้างความสัมพันธ์ ที่ดีระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการโดยได้รับการสนับสนุนจากญาติ, มีนโยบาย ชัดเจนให้เจ้าหน้าที่และทีมงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี, การจัดสิ่งแวดล้อมที่ เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี, การผสมผสานการดูแลทั้งแพทย์สมัยใหม่และแพทย์ทางเลือก
ตอนที่ 2 Quality Transformation
ตอนที่ 3 บทเรียนการพัฒนาจากพื้นที่
ตอนที่ 4 Focus Area HA Direction & ตอนที่ 1 ตอนที่ 1 Change & Collaboration for Sustaดั้งเดิม, ผู้บริหารและทีมนำสร้างวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับการเยียวยาทั้ง แบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ, การจัดสภาพแวดล้อมที่ประสาทสัมผัส ของมนุษย์รับรู้ได้ด้วยการสร้างสรรค์พื้นที่ที่เอื้อต่อการเยียวยา ในการสร้างสิ่งแวดล้อมให้มีความยั่งยืนนั้น ปฏิเสธไม่ได้ที่ผู้นำระดับสูง และทีมนำที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือ มีบทบาทสำคัญในการดำเนินการ คือ 1) กำหนดนโยบายและเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาที่เชื่อมโยงมาจาก ภารกิจ บริบท ความต้องการของผู้รับบริการที่มารับบริการในโรงพยาบาลและ สนับสนุนให้มีการนำมาสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม 2) ศึกษามาตรฐาน กฎหมาย กฎกระทรวง ประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาสู่การพัฒนาและปรับปรุงให้เป็นไปตามข้อกำหนด เพื่อเพิ่มความสะดวก สบายและปลอดภัย 3) สนับสนุนให้มีการออกแบบและการจัดแบ่งพื้นที่ใช้สอยให้เอื้อต่อ ความปลอดภัย เป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เหมาะสมตามประเภทของ ผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน ผู้ป่วยเด็ก ผู้ป่วยสูงอายุผู้พิการ เป็นต้น 4) สนับสนุนให้มีแผนการบริหารจัดการพื้นที่ อาคาร และสิ่งแวดล้อม ในโรงพยาบาลรวมถึงแผนการตรวจสอบ แผนการบำรุงรักษา แผนปรับปรุง แผนการก่อสร้าง แผนการรักษาความปลอดภัย 5) สนับสนุนให้มีรวบรวมและวิเคราะห์อุบัติการณ์/ความเสี่ยง/โอกาส พัฒนา/ตัวชี้วัดต่างๆ นำสู่การวางแผนในการพัฒนาและปรับปรุงอย่างเป็น ระบบและต่อเนื่อง
การใช้แนวคิดคุณภาพพื้นฐาน 3 P (Purpose-Process-Performance) กับทุกพื้นที่การพัฒนา เริ่มจากการวิเคราะห์เป้าหมายของแต่ละพื้นที่ ได้แก่ หน่วยงาน กลุ่มผู้ป่วย ระบบงาน และองค์กรแล้วดำเนินการทำงานประจำและ งานพัฒนาเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น กรอบที่ 2.7 แนวคิดคุณภาพพื้นฐาน 3P
Purpose - เป้าหมายชัด What: เป้าหมายคือ สิ่งที่ต้องการบรรลุ เป็นผลของการเปลี่ยนสภาพ ปัญหาจากลบเป็นบวก Why: เป้าหมายที่ดีทำให้ผู้คนมีแรงจูงใจและมีพลัง, ทำให้มีความเข้าใจ ตรงกันชัดเจน, เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบให้หลักประกันว่าผลลัพธ์จะดีขึ้น ดังนั้น การแก้ปัญหา/พัฒนาทุกเรื่อง ต้องมีเป้าหมายไว้เป็นที่เกาะเป็นที่ตรวจ สอบ ถ้าไม่มีอาจจะหลงประเด็นและสูญเวลาเปล่า How: วิธีการกำหนดเป้าหมายที่ดีควรชัดเจนตรงประเด็นกับสิ่งที่ ต้องการบรรลุ และชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการให้เกิด อาจมีการระบุ ปริมาณและเวลาที่จะบรรลุถ้าเป็นไปได้(กรณีที่เป็นเป้าหมายของการพัฒนา), วิเคราะห์ปัจจัยขับเคลื่อนและมิติคุณภาพสำคัญ,และใช้ baseline data มาช่วย กำหนดค่าเป้าหมาย โดยการมีส่วนในการกำหนดเป้าหมายร่วมกันของผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ เป็นสิ่งที่จะทำให้เป้าหมายเป็นที่ยอมรับ Purpose Key processes Key process requirement (quality characteristic)
Process design Process Performance Act/Improve 3P: Simple model for quality ที่มา: นพ.อนุวัฒน์ศุภชุติกุล,9 พฤศจิกายน 2561 บรรยายในการประชุม 4th Internationalconferenceon medical and healthsciencein Bhutan
ตอนที่ 2 Quality transformation 43 ตอนที่ 2 Quality transformation Process management - การออกแบบบริการและกระบวนการ การออกแบบบริการและกระบวนการ2 ประกอบด้วย 1) การระบุข้อกำหนดของบริการสุขภาพที่สำคัญ 2) การระบุกระบวนการทำงานที่สำคัญ และข้อกำหนดที่สำคัญของ กระบวนการเหล่านี้ 3) การนำหลักฐานทางวิชาการ แนวทางปฏิบัติของวิชาชีพ เทคโนโลยี ความรู้ขององค์กร คุณค่าในมุมมองของผู้ป่วย/ผู้รับผลงานอื่น ความคล่องตัว ความปลอดภัย และมิติคุณภาพต่างๆ มาใช้ในการออกแบบบริการสุขภาพและ กระบวนการ กรอบที่ 2.8 ตารางแสดงหลักการวิเคราะห์การออกแบบบริการและกระบวนการ การระบุข้อกำหนดที่สำคัญ (process requirement) หรือ สิ่งที่คาด หวังจากกระบวนการ หรือ คุณลักษณะคุณภาพ ที่ชัดเจน ทำให้มีหลักในการ ออกแบบกระบวนการทำงาน และใช้กำหนดตัววัด เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนงาน ส่งผลตามที่ควรจะเป็น โดยการวิเคราะห์process requirementอาจทำได้โดย ใช้หลัก NEWS 2 มาตรฐาน I-6.1 ก. (1)-(3) มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ฉบับที่4 Process Process requirement Measure Process design การวิเคราะห์ process requirement อาจทำได้โดยใช้ NEWS N Needs ความต้องการของผู้รับผลงาน E Evidence ข้อมูลหลักฐานทางวิชาการ W Waste ความสูญเปล่า S Safety ความปลอดภัย/ความเสี่ยง การระบุ process requirement (สิ่งที่คาดหวังจากกระบวนการ) ที่ชัดเจน ทำให้มีหลักในการออกแบบกระบวนการทำงาน และใช้กำหนดตัววัดเพื่อให้มั่นใจว่างานส่งผลตามที่ควรจะเป็น 44 HA UPDATE 2019 การออกแบบกระบวนการ (process design)
1) ระบุปัญหา กลุ่มเป้าหมาย ขั้นตอนที่เป็น priorities
2) ระบุความรู้สำคัญที่ยังไม่ได้นำมาใช้หรือ ความรู้จากบุคคลที่ทำได้ ดีที่สุด
3) ใช้หลักการออกแบบที่เน้นคน/ผู้ใช้เป็นสำคัญ เช่น Simplicity, Visual management, HumanFactor Engineering, Human-centreddesign
4) ในการออกแบบกระบวนการ 4.1) ระบุขั้นตอนการปฏิบัติ: ใคร ทำอะไร อย่างไร 4.2) ระบุเงื่อนไขการปฏิบัติว่าถ้ามีทางเลือกในการปฏิบัติจะใช้ เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจ 4.3) ถ้ามีความเสี่ยงสำคัญ ให้พิจารณาว่าจะป้องกันอย่างไร 4.4) ระบุว่าในสถานการณ์ที่แตกต่างไปจากปกติหรือเกิดเหตุไม่ คาดฝัน จะมีแนวทางใช้ดุลยพินิจอย่างไร 4.5) ระบุการมีfeedback loopระหว่างขั้นตอนสำคัญ เพื่อให้มั่นใจ ว่ามีการส่งต่อระหว่างขั้นตอนตามที่คาดหวังไว้ 2.2.2 Ensure consistency of practice กรอบที่ 2.9 การสร้างความมั่นใจการปฏิบัติที่มีความสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการที่ออกแบบไว้
โดยมีการวัดและประเมินผล และติดตามเป็นระยะ และนำมาพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
supitcha-t1
 
โพสต์: 71
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 18 ส.ค. 2014 9:03 am

ย้อนกลับไปยัง วิชาการ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน