การตรวจอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ขณะเจ็บครรภ์คลอด

แบ่งปันข้อมูลทางวิชาการ แนวเวชปฏิบัติ หนังสือน่าสนใจ PCT conference สรุปการประชุมต่าง ๆ

การตรวจอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ขณะเจ็บครรภ์คลอด

โพสต์โดย labour » พุธ 27 มี.ค. 2019 1:48 pm

การตรวจอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ขณะเจ็บครรภ์คลอด
(Intrapartum fetal heart rate monitor)
รูปแบบของอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ (Fetal heart rate : FHR)
1.Baseline fetal heart rate
Baseline fetal heart rate คือ ค่าเฉลี่ยของการเต้นของหัวใจในช่วง 10 นาทีของเส้นกราฟบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจ มีหน่วยเป็นครั้งต่อนาทีโดยไม่รวมถึง
-Periodic หรือ episode changes
-ช่วงที่มี FHR variability มากๆ
-ช่วงที่มี baseline ของ FHR ต่างกันมากกว่า 25 ครั้งต่อนาที
โดยค่า baseline heart rate ต้องคงอยู่นานอย่างน้อย 2 นาที ในช่วงเวลา 10 นาทีที่อ่านผลโดยที่
• ค่าปกติของ FHR baseline : 110-160 ครั้งต่อนาที
• Tachycardia : FHR baseline มากกว่า 160 ครั้งต่อนาที
• Bradycardia : FHR baseline น้อยกว่า 110 ครั้งต่อนาที
2.Baseline variability
การเปลี่ยนแปลงในระยะสั้น (fluctuations) ของ baseline FHR ทั้งความสูง (amplitude) และความถี่ (frequency) โดยดูจากความต่างของ amplitude ที่หัวใจเต้นเร็วที่สุดกับหัวใจเต้นช้าที่สุด (peak-to-trough) โดยมีหน่วยเป็นครั้งต่อนาที แบ่งเป็น
• Absent คือ ไม่สามารถหาค่า amplitude range ได้
• Minimal คือ amplitude range ≤ 5 ครั้งต่อนาที
• Moderate (normal) คือ amplitude range ตั้งแต่ 6-25 ครั้งต่อนาที
• Marked คือ amplitude range > 25 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป
3.Acceleration
คือ การเพิ่มขึ้นของ FHR อย่างฉับพลันโดยที่จุดเริ่มต้นถึงจุดสูงสุดไม่เกิน 30 วินาที โดยเกณฑ์ของ acceleration ที่อายุครรภ์ 32 สัปดาห์เป็นต้นไปจะต้องมีจุดสูงสุด (peak) อย่างน้อย 15 ครั้งต่อนาทีเหนือ baseline และคงอยู่นานอย่างน้อย 15 วินาที แต่ไม่เกิน 2 นาที หากประเมินทารกในช่วงก่อนอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ ให้ถือเกณฑ์ acceleration ที่จุดสูงสุดของ baseline ที่มากกว่า 10 ครั้งต่อนาที และช่วงเวลาคงอยู่นาน 10 วินาที แต่ไม่เกิน 2 นาที
• Prolonged acceleration คือ acceleration ที่คงอยู่นานเกิน 2 นาที แต่ไม่เกิน 10 นาที
• หาก acceleration คงอยู่นานเกิน 10 นาที ให้ถือเป็น baseline change
4.Early deceleration
คือ การลดลงของ FHR จาก baseline อย่างค่อยเป็นค่อยไป (gradual decrease) และคืนกลับสู่ baseline ปกติ แบบสมมาตรโดยสัมพันธ์กับการหดรัดตัวของมดลูก (uterine contraction) โดยที่
• เส้นกราฟการเต้นของหัวใจทารกจะค่อยๆลดลง โดยเมื่อนับจากจุดเริ่มต้นถึงจุดต่ำสุด (nadir) ใช้เวลานานตั้งแต่ 30 วินาทีขึ้นไป
• จุดต่ำสุดของอัตราการเต้นของหัวใจตรงกับจุดสูงสุดของกราฟการหดรัดตัวของมดลูก
• ลักษณะกราฟการเต้นของหัวใจทารกสัมพันธ์กับการหดรัดตัวของมดลูกเป็นแบบ mirror image
5.Late deceleration
คือ การลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปของ FHR แบบ symmetrical โดยสัมพันธ์กับการหดรัดตัวของมดลูกโดยที่
• จุดเริ่มต้นของการลดลงของ FHR จะเกิดช้ากว่าจุดเริ่มต้นของการหดรัดตัวของมดลูก
• เส้นกราฟการเต้นของหัวใจทารกจะค่อยๆลดลง โดยเมื่อนับจากจุดเริ่มต้นถึงจุดต่ำสุด (nadir) ใช้เวลานานตั้งแต่ 30 วินาทีขึ้นไป
• จุดต่ำสุดของอัตราการเต้นของหัวใจเกิดตามหลังจุดสูงสุดของกราฟการหดรัดตัวของมดลูก
6.Variable decleration
คือ การลดลงของ fetal heart rate อย่างรวดเร็ว และกลับสู่ baseline heart rate อย่างรวดเร็วเช่นกัน อัตราการเต้นของหัวใจต้องต่ำกว่า baseline อย่างน้อย 15 วินาที โดยระยะเวลาตั้งแต่จุดเริ่มต้นถึงจุดสิ้นสุดของการลดลงของอัตราการเต้นของหัวใจตั้งแต่ 15 วินาที แต่ไม่เกิน 2 นาที และจุดเริ่มต้นถึงจุดต่ำสุดของ fetal heart rate นานไม่เกิน 30 วินาที และมักไม่พบความสัมพันธ์กับการหดรัดตัวของมดลูกที่ชัดเจน
7.Prolonged deceleration
คือ การตรวจพบอัตรา fetal heart rate ต่ำกว่า baseline อย่างน้อย 15 วินาที นานมากกว่า 2 นาที แต่ไม่เกิน 10 นาที (หากเกิน 10 นาที เรียกว่า baseline change)
8.Sinusoidal pattern
คือ การตรวจพบคลื่นการแกว่งตัวของ baseline เป็นลักษณะขึ้นลง เหมือน sine wave มีความถี่อย่างน้อย 3-5 ครั้งต่อนาที ในช่วงเวลามากกว่า 20 นาที
Category I Normal : ทำนายความเป็นกรด-ด่างของทารกในครรภ์ปกติ
• Baseline rate 110-160 bpm
• Baseline variability : moderate
• Late or variable deceleration : absent
• Early decelerations : present or absent
**ให้การดูแล และ เฝ้าระวังตามปกติ
Category III Abnormal :ทำนายความเป็นกรด-ด่างของทารกในครรภ์ผิดปกติ ในช่วงเวลาที่ทำการประเมิน
1.Absent variability ร่วมกับลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้
- Recurrent late deceleration
- Recurrent variable deceleration
- Bradycardia
2.Sinusoidal pattern
ร่วมกับ - ประเมินหาสาเหตุ
- ประเมินสัญญาณชีพมารดา
- กระตุ้นทารกด้วย vibroacoustic stimulation or scalp stimulation
- PV เพื่อดู prolapse cord เลือดสดออกจากช่องคลอด หรือศีรษะทารกขยับลงเร็วเกินไป หรือไม่
ความผิดปกติกลุ่มนี้ เพิ่มความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ ให้การแก้ไขเบื้องต้นโดยการintrauterine resuscitation ร่วมกับเตรียมความพร้อมที่จะผ่าตัดคลอด
Category II Indeterminate : ทำนายความเป็นกรด-ด่างของทารกในครรภ์ยังไม่ถึงเกณฑ์ผิดปกติแต่มีข้อมูลไม่เพียงพอ ในการจัดเข้า Category I หรือ Category III
การดูแลรักษาต้องอาศัยข้อมูลทางคลินิกอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจ
labour
 
โพสต์: 28
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 06 มิ.ย. 2016 8:55 pm

ย้อนกลับไปยัง วิชาการ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน