อบรมเชิงปฏิบัติการการพยาบาลด้านการป้องกันควบคุมการติดเชื้อ

แบ่งปันข้อมูลทางวิชาการ แนวเวชปฏิบัติ หนังสือน่าสนใจ PCT conference สรุปการประชุมต่าง ๆ

อบรมเชิงปฏิบัติการการพยาบาลด้านการป้องกันควบคุมการติดเชื้อ

โพสต์โดย jitty » เสาร์ 22 มิ.ย. 2019 5:11 pm

ภาวะผู้นำและจริยธรรมสำหรับพยาบาลวิชาชีพ
ภาวะผู้นำ เป็นเครื่องมือที่สำคัญของผู้บริหารทำให้เกิดผลแก้ผู้อื่น โดยการบอก สอน แนะนำ นิเทศ เอาใจใส่ ให้ความร่วมมือ มีส่วนร่วมสนับสนุน และสร้างสัมพันธภาพ
ภาวะผู้นำที่เหมาะสมในยุคปัจจุบัน
สามารถปฏิบัติภารกิจ 5 ประการ
1.การท้าทายกระบวนการ ค้นหาโอกาสในการเปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์เพื่อปรับปรุงสิ่งใหม่
2.สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดวิสัยทัศน์ร่วม
3.ทำให้ผู้อื่นแสดงความสามารถ ปฏิบัติงานจนสำเร็จ
4.การทำตนเป็นแบบอย่าง
5.การเสริมสร้างกำลังใจ เห็นคุณค่า
จริยธรรมและจรรยาบรรณของวิชาชีพพยาบาล
จริยธรรม คือ สิ่งที่ได้รับการขัดเกลา และพัฒนาขึ้นจากแรงขับภายในจิตใต้สำนึกของตน ปรับพฤติกรรมตามมาตรฐานของสังคม
จรรยาบรรณวิชาชีพพยาบาล ประมวลความประพฤติ ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานการพยาบาลใช้เป็นมาตรฐานการพยาบาล ลดปัญหา ความเห็นแก่ตัว และพิทักษ์สิทธิตามกฎหมายส่งผลให้วิชาชีพได้รับความเชื่อถือ และมีคุณค่าต่อสังคม
มาตรฐานและการประกันคุณภาพการพยาบาลด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานบริการสาธารณสุข
มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
1.มาตรฐานการพยาบาลในโรงพยาบาล
2.มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ (HA)
3.การประเมินสำหรับการรับรองขั้นก้าวหน้า ตามมาตรฐานโรงพยาบาล
4.มาตรฐานระดับสากล
มาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาลฯ 9 มาตรฐาน
มาตรฐานที่ 1. การบริหารจัดการและติดตามกำกับระบบงาน IC
มาตรฐานที่2. การดำเนินการและติดตามกำกับระบบเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล
มาตรฐานที่3. การสอบสวน และ การควบคุม การระบาดของการติดเชื้อในโรงพยาบาล / โรคติดเชื้อรุนแรง /
โรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำ
มาตรฐานที่4. การพัฒนาความรู้ ทักษะ และให้คำแนะนำ / ปรึกษาแก่บุคลากรทางการพยาบาล
มาตรฐานที่5. การดูแลต่อเนื่อง
มาตรฐานที่6. การคุ้มครองภาวะสุขภาพ
มาตรฐานที่7. การให้ข้อมูลและความรู้ ด้านสุขภาพ
มาตรฐานที่8. การพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย
มาตรฐานที่9. การบันทึกทางการพยาบาล


บริบท : การป้องกันการติดเชื้อ
• จำนวนเตียง จำนวนผู้รับบริการ
• บริการที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
• ความรุนแรงของผู้ป่วย
• โอกาสรับผู้ป่วยติดเชื้อ จากสถานพยาบาลอื่น
• การติดเชื้อที่สำคัญที่มีโอกาสแพร่กระจาย ในสถานพยาบาล
• จำนวน ICWN และการศึกษาอบรม
กระบวนการ
1. การออกแบบระบบ
2. การจัดการและทรัพยากร
3. การป้องกันการติดเชื้อ
4. การเฝ้าระวังและติดตามกำกับ
5. การควบคุมการระบาด
คุณสมบัติที่สำคัญของ รพ.ที่ได้รับ Accreditation -reaccreditation
• มีการพัฒนาคุณภาพที่สอดคล้องกับบริบทของโรงพยาบาล
• นำไปฏิบัติครอบคลุมถูกต้อง
• สามารถแสดงให้เห็นการบรรลุเป้าประสงค์ขององค์กร
• สามารถแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
• มีการใช้นวตกรรมและความคิดสร้างสรรค์
• มีวัฒนธรรมคุณภาพ ความปลอดภัย การเรียนรู้
• มีบูรณาการของการพัฒนา
• แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตามค่านิยมของคุณภาพ




การจัดสิ่งแวดล้อมในสถานบริการ
การควบคุมสิ่งแวดล้อม Environment control
เป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อลดปัญหาการติดเชื้อในโรงพยาบาล
 จัดหอผู้ป่วยให้สะอาดเรียบร้อย
 จัดมูลฝอยติดเชื้อ มูลฝอยทั่วไปอย่างถูกวิธี
 ดูแลไม่ให้มีสัตว์พาหะนำโรคในหน่วยงาน
 ดูแลสุขาภิบาลอาหาร น้ำดื่ม น้ำใช้
 การบำบัดน้ำเสีย
สรุป
ปัจจุบันมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อจุลชีพในสิ่งแวดล้อมทั้งในชุมชน ในสถานบริการเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากอาจเป็นสาเหตุของโรคระบาด โรคติดเชื้อ
โดยเฉพาะอาคารสถานที่ที่มีการก่อสร้าง มีผู้ป่วยอยู่อย่างแออัด เพิ่มมากขึ้น การทำความเข้าใจในหลักการ มาตรฐานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย จะทำให้เราสามารถป้องกันตนเอง และมีส่วนร่วมในการจัดระบบสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยทั้งในสถานบริการ และ ชุมชน

11/06/62
ความรู้ทั่วไปของการติดเชื้อในสถานบริการสาธารณสุข
การเก็บสิ่งส่งตรวจทางแบคทีเรีย
1. เก็บก่อนได้รับยาต้านจุลชีพ
2. เก็บให้ตรงจุด หลีกเลี่ยง contaminate
3. เก็บให้ตรงกับระยะของโรค
4. เก็บให้ปริมาณเพียงพอ
5. ภาชนะ sterile และ เหมาะสม
6. นำส่งทันที หรือ เร็วที่สุด
7. บันทึกข้อมูลผู้ป่วยให้ครบถ้วน
8. ความต้องการพิเศษ เช่น เชื้อที่ไม่ได้เพาะเป็นงานประจำ
Normal flora และ Pathogen ที่พบบ่อย
1. Blood
Normal flora - ไม่มี แต่อาจเกิดจากการ contaminate เชื้อจากผิวหนังขณะเจาะเลือดได้
Pathogen ที่พบบ่อย
-enterobactoriaceae
-nonferment bacteria
-yeast
2. CSF
Normal flora - ไม่มี
Pathogen ที่พบบ่อย
-C.neoformans
-S.pneumoniae
-H.influenzae
-Gram negative rod
-β-streptococcus group B
-Staphylococcus sp.
ทางรับเชื้อ 1. ผ่านทางกระแสโลหิต
2.ผ่านทาง olfactory tract เกิดการติดเชื้อ บริเวณใกล้สมอง
3. Pleural fluid
Normal flora – ไม่มี

4. Peritoneal fluid
Normal flora – ไม่มี


สาเหตุการติดเชื้อเกิดจาก
1.การติดเชื้อที่บริเวณอวัยวะต่างๆภายในช่องท้อง
2.ลำไส้ทะลุ
3.เกิดจากได้รับการผ่าตัด
5. Pericardial fluid
Normal flora – ไม่มี
สาเหตุการติดเชื้อเกิดจาก เชื้อในกลุ่ม Streptococci เป็นสาเหตุของเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
6. ทางเดินหายใจส่วนบน
Normal flora - α และ y Streptococcus
7. Sputum
Normal flora- เหมือนทางเดินหายใจส่วนบน ผลจะโตภายใน 7 วัน
8. Stool and Rectal swab
9. Urine
10. อวัยวะสืบพันธุ์
11. Pus
12. Eye
Nornal flora ได้แก่ เชื้อพวก skin flora ทั่วไป
Drug resistance Bacteria
• MDR-GNR , XDR -GNR , PDR-GNR
• MDR-TB ,Pre XDR-TB ,XDR-TB ,RR-TB
• ESBL producing strain
• CRE
• MRSA
• VRE
• PRSP
• VRSA , VISA

12/06/62
บทบาทของพยาบาลในการเฝ้าระวังการติดเชื้อในบุคลากร
การเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล
หมายถึง การติดตามสังเกตการณ์การติดเชื้อในโรงพยาบาลอย่างมีระบบและต่อเนื่อง
IC ต้องมีการเฝ้าระวังการติดเชื้อเชิงรุก จากลำดับความสำคัญ
จุดมุ่งหมาย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในโรงพยาบาล
การเฝ้าระวังถือเป็น หัวใจสำคัญ ในการป้องกันควบคุมการติดเชื้อ ในโรงพยาบาล
การเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล ประกอบด้วย
• ผู้ป่วย
• บุคลากร
• สิ่งแวดล้อม
ประโยชน์
1. ช่วยให้ทราบข้อมูลการเกิดและการกระจาย ของการติดเชื้อในโรงพยาบาล
2. ช่วยให้ทราบการระบาดได้ทันท่วงที
3. ได้ข้อมูลเพื่อแสดงให้บุคลากรของโรงพยาบาลตระหนักถึงความสำคัญของการติดเชื้อในโรงพยาบาล
4. ใช้ประเมินประสิทธิผล/ประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมการติดเชื้อ
5. ช่วยให้การดูแลผู้ป่วยมีคุณภาพ และ ประสิทธิภาพ
6. ช่วยยกระดับมาตรฐานในการดูแลผู้ป่วย
7. เป็นข้อมูลสำคัญเมื่อประสบปัญหาด้านกฎหมาย
8. เป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนา



การแบ่งวิธีการเฝ้าระวัง
• แบ่งตามลักษณะวิธีการเก็บข้อมูล
• Active surveillance
• Passive surveillance
• แบ่งตามระยะเวลาในการเก็บข้อมูล
• Rectrospective surveillance
• Prospective surveillance
• แบ่งตามแหล่งข้อมูล
• Patient-based surveillance
• Laboratory-based surveillance
• แบ่งตามขอบเขตการเฝ้าระวัง
• Hospital-wide surveillance เป็นการเฝ้าระวังทุกราย ทุกหอผู้ป่วย ทุกตำแหน่งการติดเชื้อ
• Targeted surveillance เป็นการเฝ้าระวังเฉพาะ
การประเมินระบบการเฝ้าระวัง
1.ความไว (Sensitivity) คือ ความครบถ้วนในการรายงาน
2.ค่าคาดทำนายบวก (Positive predictive valve :PPV)คือ ความถูกต้องของการรายงาน
3.ความทันเวลา (Timeliness) ขึ้นกับแต่ละแห่งกำหนด โดยนับจากวันที่ได้รับการวินิจฉัยถึงวันที่ ICN รายงาน
ครบถ้วน ถูกต้อง ทันเวลา
การดูแลสุขภาพบุคลากร
1.ดูแลสุขภาพตนเอง
2.เป็นแบบอย่างพฤติกรรม
3.ป้องกันความเสี่ยงจากการทำงาน
4.ประเมินสุขภาพเมื่อแรกเข้าทำงาน
5.ตรวจสุขภาพเป็นระยะ
6.ได้รับภูมิคุ้มกันโรค
7.ดูแลเมื่อเจ็บป่วย / สัมผัสเชื้อ
ภาวะคุกคามต่อสุขภาพของ HCWs
• Biological and Infection hazards โรคติดเชื้อ และเชื้อโรคต่างๆ
• Chemical hazards สารเคมี
• Environmental and Mechanical hazards สิ่งแวดล้อม / ปวดเมื่อยจากการทำงาน
• Physical hazards ท่าทางในการทำงาน ทางกายภาพ
• Psychosocial hazards ทางด้านจิตใจ
ค้นหาสิ่งคุกคาม
มีแหล่งของสิ่งคุกคาม ในงานหรือไม่ ใครที่จะได้รับอันตรายจากสิ่งคุกคามในงานนั้น อันตรายเกิดขึ้นได้อย่างไร
ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดโรค
-ตัวผู้ทำงาน
-ลักษณะการทำงาน
-สภาพแวดล้อมในการทำงาน
การป้องกันอันตรายจากสิ่งแวดล้อมในการทำงาน
• ควบคุมแหล่งที่เกิดอันตราย
• ควบคุมทางผ่านของที่อันตราย
• ควบคุมตัวผู้ทำงาน





13/06/62
การสอบสวนการระบาดของการติดเชื้อในสถานบริการสาธารณสุข
วัตถุประสงค์
1.บ่งชี้การระบาด
2.ดำเนินการสอบสวนโรค
3.นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ในการร่วมสอบสวนการระบาดในสถานการณ์จริง
คำจำกัดความของการระบาด
• Epidemic การเกิดของโรคที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในชุมชน
• Outbreak เหตุการณ์ที่มีผลต่อสุขภาพต่อคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปในช่วงเวลาอันสั้นหลังจากร่วมกิจกรรมด้วยกันมา
• Endemic การเกิดของโรคเป็นประจำในท้องถิ่นสูงกว่าค่า level ที่ตั้งไว้ตลอดเวลา
• Pandemic เกิดการระบาดกระจายทั่ว และมีผลต่อประชากรส่วนใหญ่
แหล่งข้อมูลที่บ่งชี้ว่ามีการระบาด
1.การเฝ้าระวังการติดเชื้อในผู้ป่วย
2.การเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ
ชนิดของการสอบสวนทางระบาดวิทยา
• การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Individual case investigation)
• การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation)
ขั้นตอนการสอบสวนโรค
1. ตรวจสอบยืนยันการวินิจฉัยโรค
2. ยืนยันการระบาด
3. ค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม
4. รวบรวมข้อมูลระบาดวิทยาเชิงพรรณนา
5. ตั้งสมมติฐานการเกิดโรค
6. ทดสอบสมมติฐาน
7. ศึกษาสภาพแวดล้อมและอื่นๆเพิ่มเติม
8. สรุปสาเหตุและเสนอมาตรการควบคุม ป้องกันโรค
9. การเขียนรายงาน เสนอผู้เกี่ยวข้อง / เผยแพร่
Isolation Precautions &Hand Hygiene
Isolation Precautions การปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อจุลชีพจากผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อ หรือผู้ที่มีเชื้ออยู่
แต่ไม่ปรากฏอาการ แพร่ไปสู่ผู้อื่น
Chain of infection
Infections agent( แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา )
Reservoir ( คน สัตว์ สิ่งของ สิ่งแวดล้อม แหล่งสะสมของเชื้อ /การแพร่กระจาย)
Portal of exit (ช่องทางในการแพร่กระจายเชื้อโรคออก)
Mode of transmission (วิธีการติดต่อของโรค)
• Contact transmission
-direct contact
-indirect contac
- droplet contact
• Common Vehicle มีการปนเปื้อน
• Airborne อากาศ
• Vector borne แมลง / สัตว์นำโรค
Portal of entry (ช่องทางที่เชื้อโรคเข้า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่)
Host


Isolation Precautions
• Standard Precautions เป็นวิธีป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคในผู้ป่วยทุกรายโดยคำนึงว่าผู้ป่วยทุกรายอาจจะมีเชื้อโรคที่สามารถติดต่อได้ เช่น เลือด / สารคัดหลั่ง
-Universal Precautions (Ups)
-Body Substance Isolations (BSi)
• Transmission -Based Precautions ทราบการวินิจฉัยที่แน่นอนแล้วแบ่งตามการแพร่กระจายดังนี้
-Contact precautions
-Droplet precautions
-Airborne precautions
Hand Hygiene
• Normal hand washing ขจัดเชื้อที่อยู่บนมือชั่วคราว
• Hygiene hand hygiene ขจัดเชื้อชั่วคราวจาการสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง
• Surgical hand antisepsis ขจัดเชื้อเพื่อเตรียมทำหัตถการ
การล้างมือ แบบ 6 ขั้นตอน 5 moments
1. ก่อน-หลัง สัมผัสผู้ป่วย
2. ก่อนทำหัตถการ
3. หลังทำหัตถการ และสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง
4. หลังสัมผัสสิ่งแวดล้อม





14/06/62
การทำลายเชื้อ ทำให้ปราศจากเชื้อ และการบริหารจัดการเครื่องมือ ชุดอุปกรณ์ทางการแพทย์
การทำลายเชื้อ (disinfection) เป็นวิธีกำจัดเชื้อจุลชีพทุกชนิดจากเครื่องมือแพทย์ ยกเว้นสปอร์ของเชื้อแบคทีเรีย ที่สำคัญมี3วิธี คือ
1.การใช้น้ำยาทำลายเชื้อ
2.Pasteurization
3.Ultraviolet irradiation
การทำให้ปราศจากเชื้อ ( sterilization ) เป็นวิธีกำจัดเชื้อจุลชีพทุกชนิด รวมทั้งสปอร์ของเชื้อแบคทีเรีย ทำได้โดยวิธีการทางกายภาพ และการใช้สารเคมี
1.การอบไอน้ำภายใต้ความดัน ( autoclave )
2.การอบไอร้อน
3.การอบแก๊ส
4.การใช้น้ำยาทำลายเชื้อ
การทำความสะอาด (cleaning)
• Antiseptic น้ำยาทำลายเชื้อที่ใช้กับผิวหนัง หรือเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิต
• Disinfectant น้ำยาทำลายเชื้อจุลชีพที่อยู่บนพื้นผิวสิ่งแวดล้อมบนเครื่องมือแพทย์
การทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์
• การสวมอุกรณ์ป้องกัน PPE
• การเลือกสารขัดล้างที่เหมาะสม
• วิธีการในการทำความสะอาดอุปกรณ์
• คุณภาพน้ำที่ใช้
• แสงสว่าง
• การป้องกันอุบัติเหตุ

วิธีการทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์
1. การล้างด้วยมือ (Manual cleaning)
2. การล้างด้วย Ultrasonic Cleaner
3. การล้างด้วย Washer-Decontaminator /Disinfectors
4. การล้างด้วย Washer-Sterilizer
สารขัดล้าง (Detergent)
คุณสมบัติ
• ไม่กัดกร่อนเครื่องมือ
• ฟองน้อย ไม่ทิ้งคราบ
• ล้างคราบสกปรกออกได้ง่าย
• ไม่มีน้ำหอม
ชนิดของสารขัดล้าง
1.สารขัดล้างที่ผสมเอ็นซัยม์ (enzymatic detergents)
2.สารขัดล้างที่ไม่ผสมเอ็นซัยม์ ( non- enzymatic detergents)
การทำลายเชื้อ ( Disinfection )
คุณสมบัติ
• ทำลายเชื้อได้ดี และ ทำลายเชื้อได้หลายชนิด
• ไม่กัดกร่อนโลหะ หรือ ทำลายเครื่องมือประเภทยาง
• ไม่ทำให้เกิดสีติดที่ภาชนะบรรจุ
• ไม่ถูกทำให้ประสิทธิภาพลดลงเมื่อสัมผัสกับเลือด สารคัดหลั่ง
• ไม่เกิดอาการระคายเคือง หรืออาการแพ้
• ไม่มีกลิ่น หรือ กลิ่นไม่เหม็น


ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำลายเชื้อ
• ลักษณะเครื่องมือ
• จำนวนเชื้อก่อโรค
• ธรรมชาติ และ ความทนทานของเชื้อจุลชีพ
• ปริมาณอินทรียสาร
• ชนิดและความเข้มข้นของน้ำยา
• ระยะเวลาในการแช่เครื่องมือ
• ปัจจัยทางกายภาพและทางเคมี
Prevention of Surgical Site Infection (SSI )
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด
1.ปัจจัยเกี่ยวกับผู้ป่วย
-อายุ
-ภาวะทุพโภชนาการ
-ความอ้วน
-การสูบบุหรี่
-โรคเรื้อรัง
-การติดเชื้อที่ตำแหน่งอื่น
-การได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิต้านทาน
-ความรุนแรงของการเจ็บป่วย
2.ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม
-การโกนขนบริเวณผ่าตัด
-การเตรียมผิวหนังบริเวณผ่าตัด
-การได้รับ ATB เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
-ระยะเวลาที่ผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลก่อนผ่าตัด
-ระยะเวลาผ่าตัด
-วิธีการผ่าตัด
-การใส่ท่อระบาย
-ชนิดของแผลผ่าตัด
-สิ่งแวดล้อมในห้องผ่าตัด
การทำให้อุปกรณ์ปราศจากเชื้อ
• ไม่ควรใช้วิธี Flush sterilization
เทคนิคปลอดเชื้อ และวิธีการผ่าตัด
• Strict aseptic technique
• เตรียมอุปกรณ์และสารน้ำทันทีก่อนใช้
• ผ่าตัดด้วยความนุ่มนวล ใช้วัสดุเย็บให้น้อยที่สุด
• หากแผลปนเปื้อนมาก ควรเปิดแผลไว้
• ควรใช้ท่อระบายระบบปิด นำท่อระบายออกเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ระยะหลังผ่าตัด ( Post operative )
• การดูแลแผลผ่าตัด
• การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติ
• การเฝ้าระวังการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด
-การเฝ้าระวังขณะผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล
-การเฝ้าระวังหลังจำหน่าย



17/06/62
การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ณ ตำแหน่ง ทางเดินหายใจ กระแสโลหิต ผิวหนังและเนื้อเยื่อชั้นใต้ผิวหนัง ทางเดินปัสสาวะ และทางเดินอาหาร
ปัญหางาน IC ในปัจจุบันและอนาคต
 โรคติดเชื้ออุบัติใหม่ สภาวะโรคร้อน พาหะนำโรคเพิ่มขึ้น
 โรคติดเชื้อในโรงพยาบาล
 โรคเชื้อดื้อยา ดื้อปฏิชีวนะ
 โรคติดเชื้อในครอบครัว ใน ชุมชน
 โรคติดเชื้ออุบัติใหม่อุบัติซ้ำ
 โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน
 การเดินทางระหว่างประเทศ
ทบทวนสาระสำคัญในการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อ
กลไกการแพร่เชื้อ หลักการป้องกันและควบคุม

แหล่งเชื้อโรค 1.กำจัดแหล่งเชื้อโรค
2.เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค
ผู้ป่วย/บุคลากร ทางแพร่ 3.การดูแลสิ่งแวดล้อม
4.มาตรการเสริม
การล้างมือ :สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
5 ขั้นตอนของการแพร่กระจายเชื้อผ่านมือ
1. เชื้อโรคปรากฏบนผิวหนังของผู้ป่วยและพื้นผิวของสิ่งแวดล้อม
2. เชื้อโรคเคลื่อนย้ายสู่มือของบุคลากรสาธารณสุข
3. เชื้อโรคอยู่รอดบนมือเป็นเวลาหลายนาที
4. การทำความสะอาดมือที่ไม่เพียงพอหรือไม่ได้ทำความสะอาดทำให้ยังคงมีการปนเปื้อน
5. มือที่ปนเปื้อนส่งผ่านเชื้อโรคผ่านการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยหรือสิ่งแวดล้อม
การป้องกันติดเชื้อจากการใส่เครื่องช่วยหายใจ ( Prevention of Ventilator-Associated Pneumonia:VAP)
1.มีการดูแลผู้ป่วยตาม Evidence Based Practice Guideline
2.ลดการติดเชื้อดื้อยาโดยมีแนวทางการวินิจฉัย VAP ที่ชัดเจน ให้การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม
ปอดอักเสบในโรงพยาบาล ( Hospital-acquired pneumonia :HAP)
หมายถึง ปอดอักเสบที่เกิดขึ้นหลังจากผู้ป่วยนอนรักษาในโรงพยาบาลแล้วอย่างน้อย 48-72 ชม.เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แต่เป็นสาเหตุการตายที่พบบ่อยที่สุดของการติดเชื้อในโรงพยาบาล
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด HAP
• ตัวผู้ป่วยเอง
• การควบคุมการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์
• ปัจจัยเสี่ยงจากการรักษา ได้แก่ การผ่าตัดที่ใช้เวลานาน การใส่ท่อช่วยหายใจ
การป้องกันการติดเชื้อจากการ ใส่สายเข้าหลอดเลือดดำ
ข้อควรคำนึง
1. การเตรียมความพร้อมของพยาบาล และ เตรียมผู้ป่วย
2. การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสม การทำความสะอาดผิวหนัง
3. เทคนิคการแทงเข็มที่มีประสิทธิภาพ
4. การปิดบริเวณตำแหน่งแทงเข็มที่ถูกต้อง
5. การดูแลต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และภาวะแทรกซ้อน
6. การอธิบายให้ผู้ป่วยและญาติเข้าใจให้ความร่วมมือ
7. การถอด IV catheter ออกอย่างถูกวิธี
การอักเสบของหลอดเลือดดำ ( Phlebitis )
อาจเกิดจาก
1.Machanical เทคนิคกลไก ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผนังเส้นเลือด
2.Chemical สารเคมี
3.Bacterial แบคทีเรีย เกี่ยวข้องกับการปนเปื้อน การติดเชื้อ
การป้องกัน
• หลีกเลี่ยง บริเวณที่มีหัก พับ งอ
• ใช้ Aseptic technique
• ยึดตรึงตำแหน่งอย่างเหมาะสม
• มีความรู้ในการเลือกอุปกรณ์
การติดเชื้อที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ( Skin and Soft Tissue infection)
1.การติดเชื้อที่ผิวหนัง ( Skin infection )
1.1 มีตุ่มหนอง
1.2 ปวด บวม แดง ร้อน
1.3 ตรวจพบเชื้อก่อโรค
2.การติดเชื้อที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ( Soft Tissue infection )
2.1 cellulitis อักเสบชั้นใต้ผิวหนัง
2.2 necrotizing fasciitis ชั้นผังผืดหุ้มกล้ามเนื้อ
2.3 myositis การอักเสบของกล้ามเนื้อ
2.4 gangrene การเน่าตายของกล้ามเนื้อ
3.การติดเชื้อที่แผลกดทับ
3.1 มีอาการและอาการแสดงของการอักเสบ
3.2 ตรวจพบเชื้อแบคทีเรีย
3.3 เพาะเชื้อแบคทีเรียจากเลือดได้ผลบวก




บทบาท ICN /ICWN ที่สำคัญ
• มีความสามารถในการเสริมสร้างพลังอำนาจ ( Empowering ) การสอน ( Educating ) การฝึก ( Coaching ) การเป็นพี่เลี้ยงในการปฏิบัติ ( Mentoring )
• มีความสามารถในการสอน / การถ่ายทอดความรู้
ผู้เรียนพัฒนาความสามารถที่มีอยู่เดิมให้เกิดพฤติกรรมที่มุ่งหวัง
การติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ( Gastrointestional system infection )
• Gastroenteritis
• Necrotizing enterocolitis
• Hepatitis
• Gastrointestional tract infection
ปัจจัยส่งเสริมการติดเชื้อ GI ในโรงพยาบาล
ด้านผู้ป่วย
1. กลไกป้องกันของร่างกาย
2. อายุ
3. ระบบภูมิคุ้มกันโรค
4. ความผิดปกติของกรดในกระเพาะอาหาร
5. การได้รับยาลดกรด
6. การได้รับยาต้านจุลชีพ
7. การได้รับยากดภูมิต้านทาน
8. การใส่สายยางทางจมูก
ด้านสิ่งแวดล้อม
1. ความแออัดของผู้ป่วย
2. อุปกรณ์เครื่องใช้มีการปนเปื้อน
3. อาหารปนเปื้อน
การป้องกันการติดเชื้อ
1. การควบคุมสุขาภิบาลอาหาร
2. การป้องกันสัตว์ และแมลงนำโรค
3. การดูแลสุขภาพบุคลากร
4. การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
5. การเฝ้าระวัง และ รายงานการป่วย
6. การให้อาหารทางสายยาง
การพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ที่ระบบทางเดินปัสสาวะ(Prevention of Urinary tract infection:
CA-UTI )
แนวทางการป้องกันการติดเชื้อ UTI
1.หลีกเลี่ยงการสวนปัสสาวะ
2.การสวนปัสสาวะอย่างถูกเทคนิค
3.การดูแลผู้ป่วยคาสายสวนปัสสาวะตามแนวทางที่กำหนด
4.การประเมินความจำเป็นในการคาสายสวนปัสสาวะทุกวัน และ ถอดสายสวนออกทันทีเมื่อหมดความจำเป็น
jitty
 
โพสต์: 4
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 20 ส.ค. 2015 9:56 pm

ย้อนกลับไปยัง วิชาการ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน