สรุปการประชุมวิชาการ เรื่อง พยาบาล : ภาวะผู้นำยุคใหม่

แบ่งปันข้อมูลทางวิชาการ แนวเวชปฏิบัติ หนังสือน่าสนใจ PCT conference สรุปการประชุมต่าง ๆ

สรุปการประชุมวิชาการ เรื่อง พยาบาล : ภาวะผู้นำยุคใหม่

โพสต์โดย rungkan » อังคาร 20 ส.ค. 2019 5:31 pm

สรุปการประชุมสัมมนาวิชาการ เรื่อง
Nurse :Leadership in New Era พยาบาล : ภาวะผู้นำยุคใหม่ 2020
ระหว่างวันที่ 14 – 16 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมบางแสน เฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี
ผู้เข้าอบรม
1.นางสาว สุดใจ แสงสุนทร ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
2.นางสาวจันทร์อัมพร รุณดี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
3. นางชุติมา เห็นภูมิ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
4. นางกาญจนา วัชรพาณิชย์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
5. นางมลทิรา วงศกำภู ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
6. นางรุ่งกาญจน์ กองวงศ์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
7. นางสุมนา คุณารักษ์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
8. นางอนงค์นาฏ อิงคกิตติ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
9. นางมนัสวัลย์ วิหคเหิร ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
10.นางวัลลภา กิมะพันธุ์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

สรุปเนื้อหา ผู้นำต้องมี
ผู้นำในปัจจุบัน ต้องมีการปรับเปลี่ยนองค์กรในโลก ด้วย VUCA
Vision = วิสัยทัศน์ในการตัดสินใจ
Understanding = ความเข้าใจทั้งภายนอกและภายในองค์กร
Clarify = ความชัดเจนในการทำงาน
Agility = ความว่องไวและเท่ากัน

วิสัยทัศน์ Vision
ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ทันต่อเหตุการณ์ ตัดสินได้โดยอย่างรวดเร็ว และตอบสนองได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว โดย
- สื่อสารชัดเจน (Communicate) กับทีมงาน และคนในองค์กร ให้ทุกคนเห็นเป้าหมายขององค์กรเป็นภาพเดียวกัน และรู้ว่าจะก้าวเดินไปในทิศทางใด
- เชื่อมั่น (Belief) ในตัวเองและผู้อื่น ให้การสนับสนุนการเติบโตทั้งทางความคิด(Growth Mindset) และสไตล์การท างานใหม่ๆ ในทางเดียวกับวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ขององค์กร
- มุ่งมั่น (Focus) มุ่งมั่นและมั่นใจว่าทีมของคุณมีความสามารถและก้าวไปด้วยกันกับทิศทางขององค์กร
ทำความเข้าใจ Understanding
ทำความเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อนขององค์กร ขีดความสามารถและกลยุทธ์ขององค์กร โดยต้องมีส่วนร่วมกับพนักงาน และ stakeholder เพื่อรับฟังข้อมูลและความคิดเห็นที่ เสริมสร้างมุมมองใหม่ ให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้ โดย
- อยากรู้อยากเห็น (Curiosity) เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ใช้คำถามปลายเปิด เปิดใจstakeholder เพื่อให้ได้ข้อมูลใหม่ๆมาพัฒนาสิ่ง ใหม่ๆในองค์กร
- เอาใจใส่ (Empathy) ใส่ใจกับทีมงาน เพื่อให้ได้ใจ และการร่วมมือร่วมใจอย่างต่อเนื่อง
- เปิดใจ (Open Mind) เปิดใจ เปิดรับแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อได้ไอเดียเชิงสร้างสรรค์มาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ชัดเจนกระจ่าง Clarify
ในยุคที่ระบบและองค์กร สภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นมากต่อการตัดสินใจ (Multiple key decision factors) การสร้างเสริมความชัดเจนในนโยบายและกลยุทธ์จึงเป็นแนวทางที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง โดย
- จัดระบบให้เรียบง่าย (Simplify) ลดความซับซ้อน โดยเน้นประเด็นหลักๆที่เป็นแก่นขององค์กรจริงๆ ไม่เสียเวลากับระบบหรือขั้นตอนที่ไม่สร้างคุณค่าให้กับองค์กร
- ตระหนักรู้(Awareness) ใช้สัญชาตญาณ และประสบการณ์ในการทำงานและตัดสินใจ
- คิดเชิงระบบ (Systems Thinking) เพื่อให้ได้มุมมองแบบองค์รวม แล้วแยกย่อยออกมาเป็นส่วนต่างๆเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน
ความว่องไว Agility
ผู้นำที่ยืดหยุ่นและปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ โดยคงเป้ าหมายและวิสัยทัศน์ขององค์กรได้ โดย
- ตัดสินใจ (Decisiveness) ด้วยความมั่นใจต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
- พัฒนานวัตกรรม (Innovation) เรียนรู้ปัญหาของลูกค้า ใส่ใจกับผู้คน แล้วพัฒนานวัตกรรมใหม่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้น
- ให้อำนาจ (Empower) สร้างเครือข่ายการท างานร่วมกัน และสนับสนุนให้ผู้สามารถทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
จุดเปลี่ยนที่สำคัญของ VUCA คือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด(Disruptive Technology/Innovation)
Digital Health : 5 Trends
1.Data is the newcurrency ระบบ Healthcareขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากกว่า และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่า จะกลายเป็นผู้นำในวงการ Healthcare อย่างแท้จริง อาชีพData scientist และ Software engineer จะมีบทบาทมากขึ้น
2. Exogenous data อนาคตข้อมูลด้านสุขภาพ จะถูกจัดเก็บในหมวดหมู่ต่างๆดังนี้
10% ถูกเก็บในบันทึก ทางการแพทย์แบบปัจจุบัน(เวชระเบียนหรือ EMR)
20% ถูกเก็บอยู่ใน Genomic ซึ่งเรากำลังจะถอดรหัสและเอามาใช้ได้จริงในยุคนี้
70% จะเป็นข้อมูล “ Exogenous data” หมายถึงข้อมูลที่เก็บด้วยอุปกรณ์ต่างๆนอกกายเรา
เช่นพวก wearable ต่างๆ, Fitbitเราจะเก็บข้อมูลได้จานวนมากจากที่ไม่เคยมากก่อนได้อย่างไร และจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการรักษา การป้องกัน และทุกอย่างในวงการแพทย์แน่นอน
3. AI is doctor best friend “ AI = artificial intelligence” AI จะเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา เป็น 2nd openion มีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะการแพทย์ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจและมีงานวิจัยมากขึ้น ซึ่งข้อมูลที่มีมาก แบบวันต่อวัน หรือ ชั่วโมงต่อชั่วโมง จะเกินศักยภาพการประมวลผลของมนุษย์
. Collaborative careปัจจุบันคน (Patient/Provider/ Payer)ในระบบ Health care ไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้การมองผลประโยชน์ที่ร่วมกันไม่ชัดเจน
- ผู้ป่วยอยากได้อะไรที่ดีที่สุด หรือจ่ายเงินแล้วต้องใช้ให้คุ้มที่สุด
- โรงพยาบาล ต้องการเบิกเงินจากกองทุน/ประกันให้มากที่สุด
- กองทุน/ประกันก็อยากจะจ่ายน้อยที่สุด จึงออกแบบระบบให้ซับซ้อนจึงเกิด Cost ขึ้นโดยไม่ได้เพิ่มคุณภาพการรักษาที่แท้จริง ซึ่ง Digital Health จะทำให้เกิดข้อมูลที่โปร่งใส และการสื่อสารที่ดี ช่วยทำให้ระบบทำงานสอดคล้องกันมากขึ้น
5.Interoperability การสามารถนำข้อมูลไปใช้ที่ไหนก็ได้ ปัจจุบันนี้เราพบว่าโรงพยาบาลต่างๆ เริ่มใช้ Electronic Medical Record ( EMR )กันมากขึ้นแต่ปัญหาคอขวดที่สำคัญคือ การส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานระหว่างระบบ ยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก ( เช่นการขอประวัติจาก รพ.เพื่อส่งต่อผู้ป่วย )

ศาสตร์พระราชากับพยาบาลไทย
โดย นางสาวถกลวรรณ ไกรสรกุล ที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศาสตร์พระราชาก็คือองค์ความรู้ที่เกิดจากความรักและความห่วงใย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยทุกคน พระราชดำริเกี่ยวกับการแพทย์และอนามัย สืบสานพระราชปณิธานพระบรมชนกสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงเป็นแพทย์และมีสำนึกของแพทย์ผู้เปี่ยมเมตตาอยู่เต็มพระราชหฤทัย ด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการนำวิชาชีพแพทย์มาช่วยเหลือราษฎรและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย ประชาชนจึงพร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญาว่าทรงเป็น “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย”
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี “หมอกระเป๋าเขียว” ต้นแบบงานอาสากว่า ๔๐ ปีนับตั้งแต่หน่วยแพทย์อาสา พอ.สว. ก่อตั้งขึ้น และทำงานอย่างต่อเนื่องมีผู้ป่วยได้รับการช่วยเหลือไปแล้วนับหลายล้านคน ปัจจุบันมีอาสาสมัครแพทย์และอาสาสมัครทั่วไปรวมหลักหลายหมื่น จึงเป็นบทเรียนและภาพสะท้อนของ “การให้” ที่นอกจากจะมีความต้องการที่จะช่วยเหลือแล้ว การเอาใจใส่ การท างานอย่างจริงจัง และมีกระบวนการท างานในเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน จะนำไปสู่การช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมเท่านั้น จึงจะช่วยบรรเทาทุกข์ร้อนและแก้ปัญหาสังคมนั้น ๆ ได้อย่างยั่งยืนและลุล่วง
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้เสด็จสู่สวรรคตแล้ว สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ ยังคงสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระราชชนนี โดยเฉพาะการทรงงานในฐานะองค์ประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)
ซึ่งมีการนำหน่วยแพทย์อาสาไปตรวจรักษาผู้ป่วยตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในถิ่นทุรกันดาร ไม่ว่าจะเป็นภูเขาสูง กลางทะเลลึกที่อยู่ห่างไกลการคมนาคม
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน
วรขัตติยราชนารี ได้สืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระราชชนนี ต่อ จากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ปัจจุบันทรงดำรงตำแหน่งเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของ
มูลนิธิหน่วยแพทย์เคลื่อนที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงดำเนินโครงการทั่วประเทศประกอบด้วย
กิจกรรมรณรงค์ผ่าตัดต้อกระจก โครงการแพทย์เดินเท้า โครงการศัลยกรรม โครงการรถทันตกรรมเคลื่อนที่ และหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ มีจำนวนอาสาสมัครมากกว่า ๑ แสนคน ออกให้ไปรักษาราษฎรตามชนบทห่างไกลในพื้นที่ทุรกันดาร
๑. โครงการแพทย์หลวงเคลื่อนที่พระราชทาน
โครงการพระราชดำริโครงการนี้เกิดขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๐ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน ประทับแรม ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล เครื่องมือ เครื่องใช้ ตลอดจนยารักษาโรค ไปยังท้องถิ่นทุรกันดารในจังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีหน่วยแพทย์ของทางราชการเข้าไปถึง เพื่อให้การตรวจรักษาราษฎร โดยไม่คิดมูลค่าใด ๆ
๒. โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน โครงการพระราชดำริทางด้านการแพทย์โครงการแรก ซึ่งถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๒ อันเนื่องมาจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนที่โครงการชาวเขา และทรงพบว่าราษฎรที่มารอรับเสด็จฯ เจ็บป่วยกันมาก อีกทั้งยัง
มีความยากล าบากในการเดินทางไปรักษา ดังนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ จึงทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะแพทย์ที่ตามเสด็จฯ ท าการตรวจรักษาประชาชนที่มีอาการเจ็บป่วย โดยไม่ต้องเสียค่ารักษาใด ๆ๘ โครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ด้านการแพทย์และสาธารณสุขไทย จากพระราชประสงค์ให้พสกนิกรไทยสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน สามารถแก้ไขได้ทั้งปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของราษฎร และแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศชาติด้วย เพราะทรงเล็งเห็นว่า การเจ็บป่วยเป็นอุปสรรคของการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะเหล่าเกษตรกรที่มักจะต้องใช้กำลังในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้รับการบัดรักษาให้มีสุขภาพพลานามัยที่ดีแล้ว ราษฎรเหล่านั้นก็จะสามารถต่อสู้กับงานหนักในการประกอบอาชีพได้ ซึ่งจะงผลให้เศรษฐกิจส่วนรวมของสังคมดีขึ้นสืบไป๘ โครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ด้านการแพทย์และสาธารณสุขไทย จากพระราชประสงค์ให้พสกนิกรไทย สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
๔. โครงการแพทย์พิเศษตามพระราชประสงค์ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงได้ศึกษาและปฏิบัติส่วน พระองค์กับผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์สาขาต่าง ๆ จนได้ผลดีแล้วจึงนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แก่
“...ตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณได้ทรงปฏิบัติมามาก และหลายอย่าง
ได้พระราชทานพระราชดำริ และพระราชทานแนวทางไว้ ก็ขอฝากให้ท่านได้ศึกษาพระราชดำริ ศึกษาวิเคราะห์พระราชปณิธาน และศึกษาพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ที่ทรงปฏิบัติมา อันนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้เป็นสิริมงคล และเป็นยิ่งกับพระที่คุ้มครองพวกเราการปฏิบัติตามหรือการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ระลึกถึงพระราชด าริหรือพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
นี้จะเป็นพระ เป็นแสงสว่าง ที่คุ้มครองหรือแนะนำพวกเราต่อไป ...”
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้า
เจ้าอยู่หัว ในโอกาสคณะรัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๙ ระยะเริ่มแรกที่เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในต่างจังหวัดนั้น ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แพทย์ประจำพระองค์ในขบวนเสด็จฯ ท าการตรวจรักษาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อมีพสกนิกรมาเฝ้ารอชื่นชมพระบารมีและรับการตรวจรักษาโรคมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงได้ขยายงานบริหารโดยจัด
หน่วยแพทย์หลวงเป็น”หน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน” เพื่อออกเดินทางไปให้บริการประชาชนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยอาศัยทุนพระราชทานจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในระยะเริ่มแรกที่เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในต่างจังหวัดนั้น ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แพทย์ประจำพระองค์ในขบวนเสด็จฯ ทำการตรวจรักษาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อมีพสกนิกรมาเฝ้ารอชื่นชมพระบารมีและรับการตรวจรักษาโรคมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงได้ขยายงานบริหารโดยจัดหน่วยแพทย์หลวงเป็น”หน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน” พระราชทานจากพระราชทรัพย์ส่วน
พระองค
rungkan
 
โพสต์: 51
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 11 ก.ย. 2014 3:16 am

ย้อนกลับไปยัง วิชาการ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron