การประชุมสัมมนา นำเสนอผลงานดีเด่นของการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ

สรุปหัวข้อความรู้จากการประชุม/อบรม

การประชุมสัมมนา นำเสนอผลงานดีเด่นของการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ

โพสต์โดย aunwan » อังคาร 30 ส.ค. 2016 5:43 pm

แบบรายงานผลการฝึกอบรม ประชุม สัมมนา
โรงพยาบาลพนมสารคาม
ชื่อ ๑. นางศิริบูลย์ พูนศรีธนากูล ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ
๒. นางสาวเสาวลักษ์ บุญประเสริฐ ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
๓. นางชุติมา เห็มภูมิ ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
๔. นางพรนิภา สาโร ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
ฝ่าย/กลุ่มงาน การพยาบาลและเวชกรรมชุมชน ไปฝึกอบรม/ประชุม/สัมมนา เรื่อง การประชุมสัมมนา
นำเสนอผลงานดีเด่นของการพัฒนาระบบบริการสุขภาพและการพัฒนาสุขภาพตามกลุ่มวัยของเขตสุขภาพ
และหน่วยงานกรมการแพทย์ประจำปี ๒๕๕๙
ว/ด/ป วันที่ ๑๕ - ๑๖สิงหาคม ๒๕๕๙ ณ ห้องประชุมโรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร
กรมการแพทย์ ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นเจ้าภาพในการจัดประกวดผลการพัฒนาการดำเนินงานดีเด่นของการพัฒนาระบบบริการสุขภาพและการพัฒนาสุขภาพกลุ่มวัยของเขตสุขภาพทั่วประเทศ( เขตสุขภาพที่๑-๑๒) เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่หน่วยปฏิบัติและทำให้เกิดกระบวนการสร้างความเข้มแข็งกับหน่วยงาน และช่วยขยายผลการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานที่ดีเด่น( Best practice)ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้ผู้ปฏิบัติงาน เกิดแรงจูงใจในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์คือยกระดับการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน ประเทศไทย มั่นคง ยั่งยืนต่อไป

คณะ ๒ การพัฒนาระบบบริการ
Service Plan ๑๒สาขา
๑. สาขาหัวใจ
๒. สาขาอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
๓. สาขามะเร็ง
๔. สาขาทารกแรกเกิด
๕. สาขาไต
๖. สาขาตา
๗. สาขาสุภาพช่องปาก
๘. สาขาสุขภาพจิต จิตเวช และยาเสพติด
๙. ๕สาขาหลัก
๑๐.สาขาโรคไม่ติดต่อ ( NCD)
๑๑.สาขาปฐมภูมิและสุขภาพองค์รวม
๑๒.สาขาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ผสมผสาน
๑๓.สาขาปลูกถ่ายอวัยวะ (เพิ่ม)
ประเด็นตรวจราชการที่มุ่งเน้น
๑. เขตสุขภาพต้องกำหนดความต้องการด้านสุขภาพ( Health Need )โดยพิจารณา
๑) การลด Morbility,Mortality
๒) Access to Care
๓) Equity Quality Efficiency
๒. การจัดบริการสุขภาพ ( Health Service Delivery ) โดย Designed Service จากการ Analyze GAP ของ Health Needs เพื่อหาส่วนขาด และจัดทำแผนรองรับ Service Plan ของสุขภาพในรูปแบบ One Hospital One Person
๓. ระบบสนับสนุน ( Supportive System )การพัฒนาระบบบริการในด้านต่างๆดังนี้
๑) กำลังคนด้านสุขภาพ ( Health Workforce)
๒) ระบบข้อมูลสารสนเทศ ( Information system and sharing)
๓) ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ วัคซีน และเทคโนโลยี
๔) ระบบการเงินการคลังสาธารณสุข ( Financing )
๕) การอภิบาลระบบสุขภาพ ( Leadership and Goverment)

๔. การออกเป็น Service Plan ระดับกระทรวงเพื่อได้ Investment Plan
ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา/ข้อสั่งการของปลัดฯ
๑) การเพิ่มเติมให้มีผู้แทนจาก ราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ
๒) ผสมผสานการดำเนินงานในระดับปฐมภูมิ เช่น Primary Prevention และ Specific Preventionที่จำเป็น
๓) ในส่วนของ Supportive System อัตราความก้าวหน้าและแรงจูงใจ
๔) แผนการลงทุน ( Investment Plan) ให้มองความต้องการของพื้นที่ ขอให้ผู้ตรวจราชการกระทรวง บริหาร จัดการให้เหมาะสมโดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและสมประโยชน์เป็นหลัก
๕) พัฒนาด้นข้อมูลสารสนเทศที่ไม่เพียงพอ และคุณภาพของข้อมูล
๖) สำหรับการตรวจราชการรอบที่ ๒ เน้นการติดตามผลลัพธ์ของการพัฒนา Service Plan ได้แก่ การลดป่วย ลดเวลารอคอย และลดการส่งต่อ
๗) พบข้อสังเกตว่ามาตรการดำเนินการในเชิงคุณภาพต่างๆ เช่น NCD คุณภาพ , ER คุณภาพ, ECSคุณภาพ ผลงานที่เกิดขึ้นกับผลลัพธ์ด้านสุขภาพไม่สอดคล้องกัน และในส่วน DHS ยังไม่เป็นการพัฒนาเชิงระบบ เป็นการดำเนินงานเป็นส่วนๆหรือตามประเด็นปัญหาที่สนใจ มากกว่าปัญหาจริง
๘) สาขามะเร็ง ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ให้เร่งรัดจัดทำทะเบียนผู้ป่วยมะเร็ง และให้พิจารณาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมาร่วมดูแลผู้ป่วย Paliative care ด้วย
๙) สำหรับสาขาเฉพาะด้านอื่นๆ ที่ไม่อยู่ใน Service Plan ๑๓ สาขาหลัก โดยเฉพาะส่วนที่เป็นปัญหาหรือเป็นความต้องการของพื้นที่ รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการมลพิษต่างๆ ขอให้ผู้ตรวจราชการกระทรวง พิจารณา กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานในแต่ละปี เพื่อการพัฒนาและแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง
เหลียวหลัง แลหน้า Service Plan ปี ๒๕๖๐ ที่เน้นประเด็นในแง่ของการตรวจราชการที่ผ่านมาแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ( service plan)พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๖๕ สถานการณ์ เป้าหมาย และกรอบในการพัฒนา และภาพรวมของservice plan รวมถึงกรอบของ Human Resource Planning& Development Service plans Workforce Planning และสรุปแผนการลงทุนตามService Plans ปี พ.ศ.๒๕๖๑ - ๒๕๖๕ อีกประเด็น คือ Service Plan สาขาล่าสุดคือ Rational Drug Use : RDU หรือสาขาการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล ๕อันดับแรกคือ
๑) ใช้ยาหลายๆตัวต่อผู้ป่วย ๑ราย
๒) ใช้ยาปฏิชีวนะไม่เหมาะสม
๓) การฉีดยาเกินความจำเป็น
๔) ไม่ใช้ยาตาม Clinical guidelines
๕) การซื้อยารับประทานเองไม่เหมาะสม
ถ้าประเทศไทยมีการใช้ยาที่สมเหตุสมผลจะเกิดผลดีดังต่อไปนี้
ลดการดื้อยาปฏิชีวนะ ๒Ps Safety (ปลอดภัยทั้งผู้ป่วยและแพทย์ผู้สั่งยา)
ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสมเหตุสมผล ส่งเสริม รพ.คุณธรรม และลด Conflict of Inerest
ข้อเสนอการดำเนินงานเพื่อให้เกิดการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล พ.ศ.๒๕๕๙ - ๒๕๖๑
-ส่วนต้นน้ำ( Drug supply) ต้องสร้างความเข้มแข็งและให้มีคณะกรรมการเภสัชกรรม และการบำบัด( PTC)ในรพ.ครบ ๑๐๐% และการควบคุมกำกับแหล่งผลิต/ จำหน่าย ยาที่ไม่มีคุณภาพ
-ส่วนกลางน้ำ ( Prescribe & Dispense) ให้ทุก รพ.เข้าร่วมโครงการ RDU Hospital มีการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบและลดการใช้อย่างไม่มีข้อบ่งชี้
-ส่วนปลายน้ำ( Drug Use )ต้องสื่อสารให้ความรู้ด้านยาที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างจริงจัง
ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน
aunwan
 
โพสต์: 23
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 30 ส.ค. 2014 3:54 am

ย้อนกลับไปยัง สรุปงานประชุม

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน