สรุปประชุมโครงการประชุมวิชาการ เทคนิคเภสัชกรรม ทันตสาธารณสุข

สรุปหัวข้อความรู้จากการประชุม/อบรม

สรุปประชุมโครงการประชุมวิชาการ เทคนิคเภสัชกรรม ทันตสาธารณสุข

โพสต์โดย tukta » พฤหัสฯ. 11 พ.ค. 2017 5:42 pm

สรุปประชุมโครงการประชุมวิชาการ เทคนิคเภสัชกรรม ทันตสาธารณสุข เวชกิจฉุกเฉิน
สาธารณสุขชุมชนและสาธารณสุขศาสตรบัณทิต ประจำปี ๒๕๖๐
เรื่อง การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ยุดประเทศไทย ๔.๐
วันที่ ๒ – ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ณ.โรงแรมเอ-วัน เดอะรอยัลครูส พัทยาเหนือ จังหวัดชลบุรี

นวัตกรรมด้านทันตสาธารณสุข
การนำเอาดอกเฟื่องฟ้าและใบฝรั่ง วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประยุกต์ทำเป็นสีย้อมฟัน ซึ่งสีย้อมฟันที่ได้จากสมุนไพรที่มีอยูในท้องถิ่น ให้ผลเช่นเดียวกันกับเม็ดสีย้อมฟันที่นำเข้าจากต่างประเทศ และมีราคาถูกกว่า อยู่ในตอนการทดลองและเผยแผ่วิธีการที่ถูกต้องในการทำขั้นต่อไป

MOPH กับการปฎิรูประบบสุขภาพ ในยุคประเทศไทย ๔.๐
แผนยุทธศาสตร์ชาติด้านสาธารณสุข ประเทศไทยก้าวสู่ Thailand 4.0 รองรับอนาคตที่มีความเป็นสังคมเมือง สังคมผู้สูงอายุซึ่งในปี 2573 ไทยจะมีผู้สูงอายุถึง 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด
- การเชื่อมต่อการค้าและการลงทุน
- ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
- ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงระบบสุขภาพ
ตั้งเป้าหมายให้ "ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน" โดยการพัฒนาเรื่อง การปฏิรูประบบสุขภาพ การสร้างความเข้มแข็ง ดำเนินการให้เกิดความยั่งยืน และประเทศไทยจะเป็นผู้นำด้านการแพทย์และสาธารณสุข 1 ใน 3 ของเอเชีย
พัฒนาความเป็นเลิศใน 4 ด้านคือ
1.การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกัน บูรณาการกระทวงต่างๆ ดูแลผู้สูงอายุและเด็ก ลดการบาดเจ็บจากการจราจร ลดกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง มะเร็ง
2.ระบบบริการ (Service Excellence) คือ จัดแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว 6,500 คน ภายใน 10 ปี ดูแลคนไทย 65 ล้านคน จัดระบบผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ตำบล (Long Term Care) จัดระบบการแพทย์ฉุกเฉิน มีแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน 1,000 คนในโรงพยาบาลใหญ่ทั่วประเทศ และจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (EMCO) และศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ
3.การพัฒนาคน คือ แก้ปัญหาขาดแคลนพยาบาล วางแผนอัตรากำลังคน พัฒนาบุคลากร ปรับค่าตอบแทนบุคลากรสาธารณสุข
4.ระบบบริหารจัดการ มีคุณธรรม สร้างความมั่นคงด้านยาและเวชภัณฑ์ ใช้ยาอย่างสมเหตุผลและพัฒนาสมุนไพร ลดความเหลื่อมล้ำ
เป้าหมายปฏิรูปด้านสาธารณสุข 10 เรื่องได้แก่
1.ตำบลจัดการสุขภาพแบบบูรณาการ 5 กลุ่มวัย ในตำบลต้นแบบ คือ กลุ่มแม่และเด็ก วัยเรียน วัยรุ่น วัยทำงาน ผู้สูงอายุ
2.ลดอุบัติเหตุ
3.ระบบบริการสุขภาพ ลดป่วย ลดตาย ลดแออัด ลดเวลารอคอยในการส่งต่อ
4.โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เริ่มจากลดผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
5.การบริหารจัดการ
6.ระบบส่งเสริมสุขภาพอนามัยสิ่งแวดล้อม ระบบคุ้มครองผู้บริโภค ระบบป้องกันควบคุมโรค ระบบดูแลภาวะฉุกเฉิน
7.มะเร็งท่อน้ำดีและพยาธิใบไม้ตับ
8.การพัฒนากฎหมาย
9.การพัฒนาการผลิตยา วัคซีน
10.การเร่งรัดออกใบอนุญาตของ อย.
“นวัตกรรมสื่อทันตฯ” เพื่อลดปัญหาฟันผุ
- การใช้เพลงประกอบการแปรงฟัน/สามารถขอได้จากวิทยากร
- สื่อทันตฯ ในแอบพิเคชั่น Line สามารถดาวโหลดได้ ชื่อ Dent4Fun
- การใส่ชุดต่าง ๆ ไปแสดงเกี่ยวกับทันตสุขภาพในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนเด็กนักเรียนจะสามารถจดจำได้ดี/ทีมวิทยากรทดลองนำไปใช้แล้ว
การใช้เครื่อง X-ray ในงานทันตกรรม
การถ่ายภาพรังสีในบริเวณที่ไม่สามารถมองเห็นจากการตรวจปกติได้
ความปลอดภัยของการถ่ายภาพรังสีทางทันตกรรม
การถ่ายภาพรังสีทางทันตกรรมมีปริมาณรังสีอยู่ในระดับที่น้อยมาก และป้องกันโดยการใส่เสื้อกันรังสี แบบระบบดิจิตอลจะใช้ปริมาณและระยะเวลาในการถ่ายภาพรังสีน้อยกว่าการถ่ายภาพรังสีแบบฟิล์ม
การถ่ายรังสี
1. ให้ผู้ป่วยสวมเสื้อตะกั่ว
2. ตั้งระบบการทำงานของเครื่อง ใส่ฟิล์มเข้าในช่องปาก ตำแหน่งที่ต้องการดูครอบคลุมฟิล์ม ปลายกระบอกเครื่อง x-ray ตรงกับฟิล์ม
3. ผู้ป่วยอยู่นิ่งจึงกดปุ่มถ่ายภาพรังสี ถ้าไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ยอมอยู่นิ่ง ให้แก้ไขหรือปรับพฤติกรรม

film processing กรณีล้างด้วยมือ การล้างฟิล์มอยู่ในห้องมืด
1.Development คือขั้นตอนของการสร้างภาพ จุ่มฟิล์มนานประมาณ 3-5 วินาที
2. Washing คือ ล้างด้วยน้ำเปล่า 3-5 วินาที
3. Fixing คือ การคงสภาพ ใช้เวลาประมาณ 5-15 วินาที
4. Washing คือ ล้างด้วยน้ำเปล่า น้ำเปล่าจะชะล้างสารเคมีที่ติดบนฟิล์มเอกซเรย์ซึ่งไม่
ต้องการให้หลุดออกไป ใช้เวลาประมาณ 10-20 วินาที
5. Drying คือขั้นตอนทำให้ฟิล์มแห้ง ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที หรือใช้ลมจากยูนิตเป่าให้ฟิล์มมี
ความมันลื่น ไม่เหนียวติดมือ
**ระยะเวลาการใช้ล้างขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำยา

“Sterile Techmigue งานคลินิกทันตกรรม”
Sterilization การทำลายเชื้อโรคทุกชนิดในทุก ๆ รูปแบบรวมทั้งสปอร์ของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส จากพื้นผิวต่าง ๆ เครื่องมือ อาหาร หรืออาหารเลี้ยงเชื้อ
Sterilization ส่วนมากจะทำได้ง่ายกว่าและมีประสิทธิภาพกว่าหากใช้กระบวนการทางกายภาพ เช่น การใช้ความร้อน
สารเคมีฆ่าเชื้อที่สามารถฆ่าสปอร์ของแบคทีเรียได้ Chemical Sterilant
การควบคุมเชื้อด้วยกระบวนการทางกายภาพ
1.ความร้อนขึ้น ได้แก่การต้ม การนึ่งด้วยเครื่องนึ่งแรงดันไอน้ำ และพาสเจอไรเซชั่น
**การนึ่งด้วยเครื่องนึ่งแรงดันไอน้ำ เป็นวิธี sterile ที่มีประสิทธิภาพมาก ใช้ความดัน 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กทุกชนิดรวมทั้งสปอร์ของแบคทีเรียจะถูกฆ่าภายใน 15 นาที
2.ความร้อนแห้ง ได้แก่ การลนเปลวไฟ การเผ่า และเครื่องอบฆ่าเชื้อด้วยความร้อนแห้ง
การทำให้ปราศจากเชื้อด้วยออโตเคลฟ Autoclave คือหมอนึ่งอัดความดัน
หลักการ เพิ่มความดัน จุดเดือดของน้ำสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว 121 องศาเซลเซียส (15-20 นาที)
ปัจจัยที่มีผลต่อการทำให้ปราศจากเชื้อด้วยเครื่องออโตเคลฟ
1.การไล่อากาศออกจากห้องเครื่อง
2.ปริมาณของน้ำที่ใช้เติมในตัวเครื่อง
3.ความบริสุทธิ์ของไอน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ของน้ำที่ใช้เติมในตัวเครื่อง


Standard Precautions ใช้กับผู้ป่วยทุกคน
จาก Universal precautions เนื่องจากไม่สามารถทราบว่าผู้ป่วยคนไหนจะนำพาเชื้อก่อโรคเข้ามาในคลินิก จึงให้ถือว่าเลือดหรือสารคัดหลังบางชนิดของผู้ป่วยทุกคนสามารถแพร่เชื้อได้ ซึ่งคลอบคลุมถึง
- สารคัดหลั่งจากร่างกายทั้งหมด ไม่ว่าสารน้ำจะมีเลือดหรือไม่ก็ตาม
- ผิวหนังที่ไม่สมบูรณ์
- เยื่อเมือก
องค์ประกอบของ Standard Precautions
1.การล้างมือ Hand washing
2.การป้องกันตนเอง Persanal Protection
3.การจัดการกับเครื่องมือที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วย Patient care equlpment
4.การทำความสะอาดพื้นผิว Environmental surfaces
5.การป้องกันการบาดเจ็บ Injury prevention
6.การจัดการกับผ้า Linens
7.การทิ้งขยะ Waste disposal
8.สุขอนามัยของทางเดินหายใจ Respiratory hygiene
1.สุขอนามัยของมือ
- มือเป็นช่องทางการถ่ายเชื้อที่พบได้บ่อยที่สุด
- การล้างมือช่วยลดการแพร่เชื้อดื้อยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การล้างมือช่วยป้องกันการติดเชื้อได้
ควรล้างมือเมื่อ
- มองเห็นว่ามือสกปรก
- หลังจากสัมผัสถูกวัตถุปนเปื้อน เลือด หรือสารคัดหลั่ง ของผู้ป่วยด้วยมือเปล่า
- ก่อนและหลังให้การรักษา
- ก่อนและหลังใส่ถุงมือ
Six steps hand washing technigue
1.ฟอกฝ่ามือและง่ามนิ้วมือด้านหน้า
2.ฟอกหลังฝ่ามือและง่ามนิ้วมือด้านหลัง
3.ฟอกนิ้วมือด้านหลังมือ
4.ฟอกนิ้วหัวแม่มือ
5.ฟอกปลายนิ้ว
6.ฟอกบริเวณรอบข้อมือ
ข้อควรคำนึงเกี่ยวกับมือ
- ควรใช้โลชั่นใหความชุ่มชื้น งดโลชั่นที่มีส่วนผสมของ petroleum bases เพราะจะทำให้ถุงมือขาด
- ควรตัดเล็บให้สั้นและไม่ควรติดเล็บปลอม
- ไม่ควรใส่งเครื่องประดับมือ เช่น แหวน เพราะจะทำให้ถุงมือขาด
2.การป้องกันตนเอง Persanal Protection
- ใส่หน้ากากอนามัยและ แว่นป้องกันตา
- เสื้อกันเปื้อน หรือเสื้อกาวน์ควรเป็นแขนยาว ทำความสะอาดทุกวัน เมื่อถอดเสื้อกาวน์ให้กลับเอาด้านในออกมาเพื่อให้ด้านนอกที่ปนเปื้อนกลับเข้าไปอยู่ด้านใน
- ถุงมือ Glves ใส่เพื่อป้องกันตัวเอง รวมทั้งผู้ป่วย และบุคคลรอบข้าง จึงควรใส่เมื่อต้องสัมผัสกับเลือด น้ำลาย สารคัดหลั่ง หรือเยื่อเมือกของผู้ป่วย ไม่ควรเอามือที่สวมถุงมือที่ปนเปื้อนไปสัมผัสกับพื้นผิวอื่นที่ไม่ปนเปื้อน
**การใส่ถุงมือไม่สามารถทดแทนการล้างมือได้ ดังนั้นถึงแม้เราจะใส่ถุงมือขณะปฎิบัติงาน เราควรหมั่นล้างมือให้เป็นกิจวัตร
3.การจัดการกับเครื่องมือที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วย Patient care equlpment
ห้องหรือบริเวณล้างเครื่องมือ ควรกำหนดบริเวณของการจัดการเครื่องมือเป็นขั้นตอนให้ชัดเจน โดยควรแบ่งแยกเป็นบริเวณต่าง ๆ ดังนี้
-บริเวณรับเครื่องมือสกปรก
-บริเวณล้างทำความสะอาดเครื่องมือ
-บริเวณห่อเครื่องมือ
-บริเวณทำให้เครื่องมือปราศจากเชื้อ
-บริเวณเก็บเครื่องมือ
การแช่เครื่องมือก่อนล้าง
แช่ทันทีหลังใช้งานเสร็จ ระหว่างรอล้าง เพื่อป้องกันการแห้งแข็งของคราบสกปรก ทำให้ล้างได้ยาก แช่ในน้ำ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีเอนไซน์ช่วยให้ล้างคราบให้ออกง่ายขึ้น
การล้างทำความสะอาด เพื่อกำจัดคราบสกปรกบนเครื่องมือ ควรใส่ถุงมือชนิดหนา บางชนิดของเครื่องมือต้องใส่สารป้องกันสนิม ล้างน้ำให้สะอาดและทำให้เครื่องมือแห้งหลังล้าง
การห่อเครื่องมือ
เพื่อป้องกันเครื่องมือที่ทำให้ปราศจากเชื้อแล้วกลับมาปนเปื้อนหลังจากนำออกมาจากเครื่องฆ่าเชื้อ หรือระหว่างจัดเก็บเพื่อรอการนำไปใช้



“รู้เขา รู้เรา” เพื่อความเข้าใจและการทำงานร่วมกัน
1. คนสมบูรณ์แบบ คือ ต้องการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ต้องปรับปรุงและพัฒนาตนเอง ผู้อื่นและสิ่งต่างๆ รอบตัว ต้องการความสมบูรณ์แบบ
2. ผู้ให้ คืออยากให้ตนเองเป็นที่ชื่นชอบ มีคนเห็นคุณค่า จึงพยายามทำตามความต้องการของผู้อื่น แสดงความรู้สึกดี ๆ ผู้อื่น และเข้าไปมีบทบาทในชีวิตของผู้อื่น
3. ผู้ไม่สำเร็จ คือ ต้องการสร้างผลงาน บริหารจัดการชีวิตให้ถึงเป้าหมายและประสบความสำเร็จ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับและนับถือและหลีกเลี่ยงความล้มเหลว
4.คนโรแมนติก คือต้องการให้ผู้อื่นเข้าใจ ค้นหาความหมายของชีวิต ต้องการสัมผัสความรู้สึกของตนเอง จะรู้สึกมีชีวิตชีวา ถ้าได้แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา เพียงความสามัญธรรมดา
5. ผู้สังเกตการณ์ คือต้องการสะสมข้อมูล ความรู้ และความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ไม่ทำตัวให้ดูเหมือนโง่ ไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว เพื่อจะลดการเกี่ยวข้องกับผู้อื่น
6.นักปุจฉา คือ ต้องการความมั่นคง ไวต่อสิ่งที่อาจเป็นปัญหา มักตั้งสมมุติฐาน เพื่อจะได้เตรียมตัวรับมือกับความผิดพลาดหรือเรื่องเลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น
7.นักผจญภัย คือต้องการหาความสุข ต้องการสิ่งใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นตัวเองอยู่เสมอ เช่น ไอเดีย ประสบการณ์ รวมถึงการได้พบปะรู้จักกับผู้คน ชอบหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดและคิดแผนการต่างๆ เพื่อจะได้มีทางเลือกมากๆ
8.ผู้ปกป้อง คือ ต้องการรู้ความจริง และควบคุมสถานการณ์ไว้ให้ได้หลีกเลี่ยงความรู้สึกอ่อนแอหรือต้องขึ้นอยู่กับผู้อื่น อยากทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่
9.ผู้ประสานไมตรี คือ แสวงหาความปรองดอง ความกลมกลืน และความรู้สึกที่ดีต่อกันไม่ชอบความขัดแย้ง ความเดือนร้อนและการคิดร้ายต่อกัน
tukta
 
โพสต์: 112
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 07 ก.ค. 2014 4:15 pm

ย้อนกลับไปยัง สรุปงานประชุม

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน