การประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อถ่ายทอดแนวทางการกำจัดเชื้อไวรัส

สรุปหัวข้อความรู้จากการประชุม/อบรม

การประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อถ่ายทอดแนวทางการกำจัดเชื้อไวรัส

โพสต์โดย budtree » พุธ 11 ก.ค. 2018 9:13 am

การประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อถ่ายทอดแนวทางการกำจัดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีจากแม่สู่ลูก
รร.ซันธารา วันที่ 28 มิถุนายน 2561 เวลา 8.30 น. – 16.00 น.(บุตรี กิจจะอรพิน)
วัตถุประสงค์เพื่อดำเนินตามนโยบายWHO แผนยุทธศาสตร์ ที่3.3 ยุติการแพร่กระจายของเอดส์ วัณโรค มาลาเรีย โรคเขตร้อน โรคตับอักเสบ ภายในปี 2030 มีการศึกษาพบว่าการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในเด็กมักจะเป็นเรื้อรัง ซึ่งต่างจากการติดเชื้อในผู้ใหญ่ที่เป็นชนิดเฉียบพลันและรักษาหายได้ จึงให้ความสำคัญกับการลดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จากแม่สู่ลูกเป้าหมายWHO ลดอุบัติการณ์สะสมของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีให้น้อยกว่าร้อยละ 1 ในปี 2020 และ 0.1 ในปี 2030 ความชุกไวรัสตับอักเสบ บี ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย เท่ากับร้อยละ 0.104 ( Posuwan N,2016 )
แนวทางการดำเนินงานเพื่อกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ บี จากแม่สู่ลูก ประเทศไทย
เป้าหมายลดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี น้อยกว่าร้อยละ 0.1 ภายในปี 2568 โดยใช้มาตรการ 1) เร่งรัดการคัดกรองไวรัสตับอักเสบ บี ในหญิงตั้งครรภ์ 2) ส่งเสริมให้หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บีและมีไวรัสปริมาณสูง ได้รับยาต้านไวรัส 3) ส่งเสริมให้ทารกแรกเกิดจากมารดาที่ติดเชื้อไวรัสอักเสบ บี ได้รับ HBIG 4) คงระดับความครอบคลุมการได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี( HB )
จังหวัดฉะเชิงเทราเป็น 1 ใน 12 จังหวัด นำร่องการดำเนินงานเพื่อกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ บี จากแม่สู่ลูก ประเด็นการดำเนินการเพิ่มเติม
1. ก่อนคลอด: หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ( HBsAg +) จะได้รับการตรวจ HBeAg , ALT
- HBeAg ( - ) ฝากครรภ์ปกติแนะนำงดหัตถการที่อาจทำให้เกิดการถ่ายทอดไวรัสจากแม่สู่ลูก เช่น การเจาะน้ำคร่ำ การใช้ forcep การใช้ vaccuum
- HBeAg ( + ) ให้ยาต้านไวรัส TDF 300 mg 1 x 1 ตั้งแต่อายุครรภ์ 28 สัปดาห์ – หลังคลอด 4 สัปดาห์
*ตรวจประเมินการทำงานของไต ( Scr ) ก่อนเริ่มยา TDF และหลังกินยา TDF 1 เดือน หาก GFR < 50 ให้ปรับขนาดยาตามการทำงานของไต
*หญิงตั้งครรภ์ที่ฝากครรภ์ช้ากว่า 34 สัปดาห์ แนะนำให้ตรวจไวรัสตับอักเสบ บี ด้วยวิธี base test ได้เลย โดยไม่ต้องตรวจ rapid test ก่อน และถ้าผลตรวจ HBeAg ( + ) ให้เริ่มยา TDF ได้เลย
2. ระหว่างคลอด : งดหัตถการที่อาจทำให้เกิดการถ่ายทอดไวรัสจากแม่สู่ลูก เช่น การใช้ forcep , vaccuum
3. หลังคลอด :
3.1 แม่ ให้นมลูกได้ตามปกติ แต่ถ้ามีแผล เช่น หัวนมแตกควรงดให้นมลูก, กินยา TDF ต่ออีก 4 สัปดาห์ และให้ตรวจ ALT หลังคลอด 6 – 8 สัปดาห์ หาก ALT > upper normal limit ให้ส่งต่ออายุรแพทย์
3.2 ลูกที่แม่ HBeAg ( + )
- ให้ HB(1) 0.5 ml IM ภายใน 12 ชม. HB (2) เมื่ออายุ 1 เดือน และ DTP-HB เมื่ออายุครบ 2 , 4 , 6 เดือน (ถ้าเด็กน้ำหนักน้อยกว่า 2000 กรัม ให้ฉีดได้ตั้งแต่แรกเกิด แต่ไม่นับวัคซีนนี้ นับเข็มแรกเมื่อฉีดตอนอายุ 1 เดือน
-HBIG 0.5 ml IM ทันทีถ้าสามารถจัดหาวัคซีนได้ ไม่เกิน 7 วันหลังคลอด
-เมื่ออายุครบ 1 ปี ตรวจ HBsAg และ Anti-HBs ดังนี้
* HBsAg( - ) และ Anti-HBs( + ) ไม่ติดเชื้อ มีภูมิป้องกันโรค
* HBsAg ( - )และ Anti-HBs( - ) ไม่ติดเชื้อ แต่ไม่มีภูมิป้องกันโรค ต้องได้วัคซีน HB อีก 3 เข็ม (0,1,6) และตรวจ Anti-HBs ซ้ำ หากผล Anti-HBs( - ) แสดงว่าเด็กไม่ตอบสนองต่อวัคซีน ให้หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะติดเชื้อในอนาคต
* HBsAg( + ) ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ให้ส่งต่อกุมารแพทย์เพื่อรักษาต่อ
การสนับสนุนจาก สคร.
1.การตรวจทางห้องปฏิบัติการ : ใช้ตามสิทธิ์ผู้ป่วย เบิกคืนได้ใน LAB นอกเหนือจากฝากครรภ์ปกติ
1.1 แม่ : HBeAg , ALT, Scr
1.2 ลูก : HBsAg และ Anti-HBs
2.ยา
2.1 TDF 300 mg tab เบิกยาชดเชยเมื่อจ่าย ตั้งแต่อายุครรภ์ 28 สัปดาห์ – หลังคลอด 4 สัปดาห์ (ไม่เกิน 120 tab/คน) เบิกจากโปรแกรม HB-MTCT
2.2 HBIG เป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ (บัญชี ก) ตอนนี้ยังไม่มีการสนับสนุน เนื่องจากจัดหายายากและราคาแพง แนะนำให้แต่ละจังหวัดมี node ในการสำรองยาและเบิกจ่ายยาเมื่อมีเคสต้องใช้

ตัวชี้วัด
ร้อยละของหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับการตรวจ HBsAg เป้าหมาย 100
ร้อยละของหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับการตรวจ HBeAg(+) หรือมีปริมาณไวรัสตับอักเสบ บี สูงได้รับยา TDF เป้าหมาย 95
ร้อยละของทารกแรกเกิดจากมารดาที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ได้รับ HBIG เป้าหมาย 90
ร้อยละของทารกแรกเกิดได้รับ HB เป้าหมาย 90
budtree
 
โพสต์: 7
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 29 พ.ค. 2014 10:12 am

ย้อนกลับไปยัง สรุปงานประชุม

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน