ประชุม IC 9 – 13 กรกฎาคม 2561 (เตือนใจ)

สรุปหัวข้อความรู้จากการประชุม/อบรม

ประชุม IC 9 – 13 กรกฎาคม 2561 (เตือนใจ)

โพสต์โดย tuenjai » พฤหัสฯ. 06 ก.ย. 2018 3:36 pm

สรุปผลการฝึกอบรม ประชุม สัมมนา

ชื่อ……นางเตือนใจ………….นามสกุล…อารีรอบ………ตำแหน่ง …พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
ฝ่าย/กลุ่มงาน การพยาบาล…ไปสัมมนาการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล ระดับชาติครั้งที่1 5
ว/ด/ป วันที่ 9 – 13 กรกฎาคม 2561 ณ โรงแรมจอมเทียนบีช พัทยา จังหวัดชลบุรี
การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาล
เชื้อดื้อยาหลายชนิด (multidrug-resistance organism [MDRO]) หมายถึง เชื้อจุลชีพโดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาต้านจุลชีพตั้งแต่ 3 class ขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าเชื้อดื้อยาบางชนิดจะระบุดื้อยาเพียงชนิดเดียว เช่น methicillin-resistant staphylococcus aureus (MRSA) แต่เชื้อนี้ก็ดื้อยาต้านจุลชีพที่มีใช้ในปัจจุบันด้วยเช่นกัน ผลกระทบคือ การรักษาผู้ป่วยดื้อยายากมาก เชื้อนี้ถ่ายทอดกลายพันธุ์และแพร่กระจายง่าย อนาคตจะไม่มียารักษาผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยา จะเกิดภาวะสูญเสียทางด้านคุณภาพชีวิตของประชาชนและด้านเศรษฐกิจของประเทศชาติ ยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ที่ชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาในการแยกผู้ป่วยที่ติดเชื้อดื้อยา ซึ่งผู้ป่วยอาจมีเชื้อดื้อยาอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเป็นเวลานาน (Unresolved issue)
การปฏิบัติในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยา
1. กำหนดให้การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาเป็นนโยบายหลัก และต้องปฏิบัติตาม
2. คัดกรองค้นหาผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยาเพื่อแยกและควบคุมไม่ให้แพร่กระจายเชื้อการ
3. หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะ รักษาสำหรับอาการไข้ที่ยังไม่ทราบสาเหตุ หรือในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนต้นและหลอดลมอักเสบ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บาดแผลสดจากอุบัติเหตุ บาดแผลฝีเย็บหญิงคลอดปกติครบกำหนด เป็นต้น ยกเว้นการติดเชื้อรุนแรงที่ไม่สามารถรอได้
4. ปฏิบัติตามหลัก Standard และ Contact precaution และการควบคุมความสะอาดของอาคารสถานที่ การทำลายเชื้อในสิ่งแวดล้อมแนะนำให้ใช้โซเดียมไฮโปคลอไรด์ (สามารถใช้น้ำยาซักผ้าขาวตามท้องตลาดเนื่องจากมีส่วนผสมของ5%โซเดียมไฮโปคลอไรด์ ผสมน้ำยา1ส่วนต่อน้ำ99ส่วน ในการเช็ดพื้นผิวสัมผัสจากสิ่งคัดหลั่งผู้ป่วย เน้นการทำความสะอาดมือ ต้องมีอุปกรณ์ทำความสะอาดมือเพียงพอ รวมทั้งแอลกอฮอล์สำหรับถูมือ
5. สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลตามความเหมาะสม เมื่อคาดว่าอาจสัมผัสเลือดสารคัดหลั่งจากร่างกายผู้ป่วยเมื่อปฏิบัติกิจกรรมที่คาดว่าอาจเกิดการแพร่กระจายเชื้อ
6. สื่อสารแจ้งให้หน่วยงานที่จะรับผู้ป่วยไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภายในหรือหน่วยงานภายนอกทราบก่อนที่จะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ติดเชื้อดื้อยา
7. ให้ความรู้ในการปฏิบัติตัวแก่ผู้ป่วยและญาติเมื่ออยู่ที่บ้าน เช่นการแยกขยะที่เป็นสิ่งคัดหลั่งจากตัวผู้ป่วยเป็นขยะติดเชื้อ ให้ปัสสาวะหรืออุจจาระลงส้วมเท่านั้นไม่ปล่อยลงสู่แม่นำลำคลองหรือพื้นดิน รักษาความสะอาดของร่างกาย เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย รวมถึงการล้างมืออย่างถูกวิธี และการไม่สัมผัสคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้อื่นเมื่อเข้าสู่ชุมชน
8. บันทึกและติดตามผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยาในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และสังเกตอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย กรณีจำเป็นต้องส่งไปรักษาต่อยังโรงพยาบาล ประสาน อาสาสมัครประจำหมู่บ้านหรือผู้นำชุมชน เพื่อร่วมเฝ้าระวัง
9. จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อและปัญหาเชื้อดื้อยาอย่างน้อยปีละครั้ง ผู้มีหน้าที่ในการทำความสะอาด ควรได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจวิธีปฏิบัติในการจัดการสิ่งแวดล้อม ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสำคัญของการจัดการสิ่งแวดล้อมรวมทั้งการสวมอุปกรณ์ป้องกันอย่างถูกต้อง
10 มูลฝอยที่เกิดจากผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยาจัดเป็นมูลฝอยติดเชื้อปฏิบัติเช่นเดียวกับการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ
11. มีระบบกำกับประเมินและตรวจสอบการใช้ยาปฏิชีวนะ

Persistence of clinically relevant bacteria on dry inanimate surfaces

การทำความสะอาด Environment cleaning
เพื่อให้มีหลักและขั้นตอนในการทาความสะอาดหอผู้ป่วยได้ถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
วิธีทำคสามสะอาดหอผู้ป่วย
1. ล้างมือด้วยน้ายาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
2. สวมผ้าปิดปากจมูกชนิดธรรมดา และสวมถุงมือยางหนา
3. เก็บขยะและเปลี่ยนถุงขยะใบใหม่ โดยเริ่มเปลี่ยนจากขยะรีไซเคิล ขยะทั่วไป และขยะติดเชื้อ
4. กาจัดผงฝุ่นและขยะให้ใช้ไม้ดันฝุ่นหรือเครื่องดูดฝุ่น โดยเริ่มจากบริเวณห้องยา เคาน์เตอร์พยาบาล ตามด้วยบริเวณเตียงผู้ป่วย
5. ทาความสะอาดพื้นวันละ 2 ครั้งหรือเมื่อสกปรก
6. ถูพื้นด้วยน้ายาทาลายเชื้อตามที่โรงพยาบาลกาหนดให้เปลี่ยนผ้าถูพื้นหรือซัก เมื่อเปลี่ยนล็อค
7. เมื่อถูพื้นเรียบร้อยแล้วส่งซักผ้าตากแดด
8. ถอดถุงมือ ล้างมือด้วยน้ายาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือน้าและสบู่กรณีมือเปียกและเปื้อน
9. การทาความสะอาดพื้นผิวสิ่งแวดล้อมของผู้ป่วยแต่ละราย มีขั้นตอนดังนี้
9.1 ล้างมือ ด้วยน้ายาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สวมผ้าปิดปากจมูกชนิดธรรมดา และสวมถุงมือสะอาด
9.2 เตรียมผ้าสำหรับทำความสะอาดอย่างน้อย 3 ผืนต่อ 1 เตียง เทน้ำยาทาลายเชื้อใส่ผ้าให้ชุ่มตามที่โรงพยาบาลมีให้ใช้ ดังนี้
9.3 ผ้าผืนที่ 1 เช็ดโต๊ะข้างเตียง over bed แล้วทิ้งในถุงที่กำหนด
9.4 ผ้าผืนที่ 2 เช็ดเสาน้าเกลือแล้วทิ้งในถุงที่กำหนด
9.5 ผ้าผืนที่ 3 เช็ดราวข้างเตียง หัวเตียง ปลายเตียง แล้วทิ้งในถุงที่กำหนด

9.6 ถอดถุงมือ ล้างมือด้วยน้ายาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
9.7 ใส่ถุงมือคู่ใหม่ เพื่อเช็ดเตียงต่อไป เตรียมผ้าและปฏิบัติตามเช่นเดียวกับ
ข้อ 9.2- 9.6 จนกระทั่งครบทุกเตียง
9.8 ให้เช็ดเตียงผู้ป่วยที่ระบุว่าผู้ป่วยติดเชื้อเป็นเตียงสุดท้าย โดยสวมอุปกรณ์ป้องกัน เสื้อคลุม และถุงมือตามที่กาหนด ถอดถุงมือและเสื้อคลุมหลังทาความสะอาดเสร็จในผู้ป่วยแต่ละราย
9.10 ทาความสะอาดอย่างน้อย วันละ 1 ครั้งและเมื่อผู้ป่วยจำหน่ายหรือสกปรก
10. การทาความสะอาดอ่างล้างมือ ให้ทาวันละ 2 ครั้ง โดยล้างด้วยด้วยผงซักฟอกหรือน้ำยาตามที่โรงพยาบาลกำหนด โดยเริ่มจากอ่างห้องจัดยา ตามด้วยอ่างล้างมือ ที่ใช้ในการดูแลผู้ป่วย ห้ามใช้อุปกรณ์ทาความสะอาดร่วมกัน
11. การทาความสะอาดห้องน้า ให้ทาอย่างน้อยวันละ 1 ครั้งและเมื่อสกปรก
กรณีผู้ป่วยที่มีการแพร่กระจายเชื้อทางการสัมผัส เช่น ผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยาที่เฝ้าระวังพิเศษ
1. ล้างมือด้วยน้ายาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
2. สวมอุปกรณ์ป้องกันตามการแพร่กระจายเชื้อของผู้ป่วย
3. การทาความสะอาดพื้นผิวสิ่งแวดล้อมของผู้ป่วย โดยเริ่มจากการทาความสะอาดพื้นผิวสิ่งแวดล้อมที่อยู่ไกลตัวผู้ป่วยก่อน
tuenjai
 
โพสต์: 68
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 03 ม.ค. 2015 11:20 am

ย้อนกลับไปยัง สรุปงานประชุม

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron